Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa AAV บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน)

จับตา AAV ปรับกลยุทธ์ชำระเงินผ่าน OTA หวังแก้ปัญหาสภาพคล่อง

ไฮไลท์สำคัญ โบรกเกอร์ FSSIA ออกบทวิเคราะห์หุ้น AAV โดยคงคำแนะนำ BUY ที่ราคาเป้าหมาย 1.36 บาท ซึ่งคำนวณด้วยวิธี EV/EBITDA multiple ที่ 10.5 เท่า โดยมองว่าความกังวลด้านสภาพคล่องของบริษัทเริ่มผ่อนคลายลงอย่างมีนัยสำคัญ จากแผนการปรับปรุงกระบวนการรับชำระเงินผ่านช่องทาง OTA ให้ตรงสู่ AAV ภายในไตรมาส 4 ปี 2569 นี้ ส่วนเนื้อหาการวิเคราะห์ ปัจจุบันช่องทาง OTA คิดเป็นสัดส่วนราว 50% ของยอดขายตั๋วทั้งหมด ซึ่งเดิมเงินจะถูกรวบรวมโดย AirAsia Group ก่อนโอนให้ AAV ทำให้เกิดระยะเวลาการชำระเงินที่ล่าช้ากว่าปกติในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม FSSIA เชื่อว่าการเปลี่ยนมาใช้ระบบชำระเงินโดยตรงจะช่วยลดลูกหนี้ระหว่างกันได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ AAV ยังมีแหล่งเงินทุนสนับสนุนที่หลากหลาย ทั้งจากกระแสเงินสดตามฤดูกาล การขายและเช่ากลับเครื่องบิน (Sale-and-leaseback) ที่คาดว่าจะสร้างเงินสดได้ราว 2 พันล้านบาท รวมถึงแผนการรีไฟแนนซ์ของ AirAsia Group ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้สถานะเงินสดของบริษัท ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยง แม้สภาพคล่องจะดีขึ้น แต่ผลประกอบการในระยะสั้นยังคงเผชิญความท้าทายจาก ราคาเชื้อเพลิงอากาศยานที่อยู่ในระดับสูง โดยคาดการณ์ผลขาดทุนหลักในปี 2569 อยู่ที่ 1.47 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม EBITDA ยังคงเป็นบวกที่ 5.68 พันล้านบาท สะท้อนว่าธุรกิจยังสามารถสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ดี ทั้งนี้ FSSIA ระบุว่าความสำเร็จในการลดลูกหนี้ในไตรมาส 4 ปี 2569 จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญ ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามคือความล่าช้าในการจัดหาเงินทุนของกลุ่ม AirAsia และความผันผวนของราคาน้ำมันที่อาจกดดันกำไรหากบริษัทไม่สามารถปรับราคาตั๋วได้ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่วนสรุป โดยรวมแล้ว FSSIA มองว่าความเสี่ยงด้านสภาพคล่องที่ลดลงยังไม่ได้สะท้อนในราคาหุ้นปัจจุบัน โดยคาดว่าผลประกอบการจะเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจนในปี 2567-2568 จากการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาการขยายฝูงบินแบบก้าวกระโดด ซึ่งถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในระยะยาว