Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa THAI บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

เมย์แบงก์คงมุมมองเชิงลบต่อ THAI หวั่นการแข่งขันสูงกดดันกำไร

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST ออกบทวิเคราะห์ล่าสุดคงคำแนะนำ "ถือ" หุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI โดยกำหนดราคาเป้าหมายไว้ที่ 6.0 บาท ซึ่งคิดเป็นอัปไซด์เพียง 5% จากราคาปัจจุบัน โดยนักวิเคราะห์ประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธีอิงประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2570 แบบอนุรักษ์นิยมที่ 0.60 บาทต่อหุ้น ซึ่งมองว่าระดับ P/E และ EV/EBITDA ในปัจจุบันสะท้อนมูลค่าที่เหมาะสมแล้ว เจาะลึกปัจจัยกดดันและประมาณการกำไร MST มองว่าตลาด (Consensus) คาดการณ์อัตรากำไร (EBIT Margin) ของ THAI สูงเกินไป โดยตลาดคาดไว้ที่ 17% ในปี 2570-2571 ขณะที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์เพียง 14% เนื่องจากมีปัจจัยลบจาก ต้นทุนพนักงานและค่าเช่าเครื่องบินที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงจากสายการบินในตะวันออกกลางและจีนที่เร่งขยายกำลังการบิน ส่งผลให้รายได้จากผู้โดยสารอาจเติบโตช้ากว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีภาระดอกเบี้ยจ่ายจากการจัดหาฝูงบินใหม่ที่กดดันกำไรสุทธิ ข้อสังเกตด้านการฟื้นตัวและปัจจัยเสี่ยง ในส่วนของผลประกอบการ ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรหลักจะฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/2569 โดยประเมินกำไรหลักในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ประมาณ 2.4 - 2.8 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวัง ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ (Downside Risk) ได้แก่ สงครามที่ยืดเยื้อซึ่งส่งผลต่อราคาน้ำมันเครื่องบิน การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และความเสี่ยงจากการเทขายหุ้นของผู้ถือหุ้นหลักหลังสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (Lock-up period) บทสรุปการลงทุน โดยสรุป MST ยังคงมุมมองเชิงลบต่อ THAI เมื่อเทียบกับตลาด เนื่องจากมองว่าการแข่งขันที่สูงขึ้นและปริมาณฝูงบินที่เพิ่มขึ้นจะกลายเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรในอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดยังไม่ได้สะท้อนลงในราคาหุ้นอย่างเต็มที่ นักลงทุนควรใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ เนื่องจากประมาณการกำไรของตลาดมีโอกาสถูกปรับลดลงได้อีกในอนาคต