2026-10-30T19:10:15+00:00 iaa GULF บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) GULF เผยกำไร 3Q69 อ่อนตัวระยะสั้น แต่ภาพรวมระยะยาวยังแกร่ง ไฮไลท์สำคัญ บล.เอเซียพลัส (ASPS) ประเมินแนวโน้มผลประกอบการของ GULF ในช่วงไตรมาส 3/2569 โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 9.0 พันล้านบาท ปรับตัวลดลง 27.9% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยกดดันชั่วคราวหลายประการ อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมรายปีบริษัทยังคงมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยฝ่ายวิจัยยังคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 80 บาทต่อหุ้น พร้อมแนะนำให้นักลงทุนใช้จังหวะนี้ทยอยสะสมเพื่อรับการเติบโตในระยะยาว เจาะลึกปัจจัยกดดันผลประกอบการ สาเหตุหลักที่ทำให้กำไรในไตรมาส 3/2569 อ่อนตัวลง มาจากการรับรู้เงินปันผลจาก KBANK ที่ลดลงเหลือเพียง 469.1 ล้านบาท รวมถึงไม่มีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้นโรงไฟฟ้าปากลายเหมือนในไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ ปริมาณขายไฟฟ้าในกลุ่ม IPP ยังลดลงเนื่องจากผ่านพ้นช่วง High Season ของฤดูร้อน และมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าบางแห่ง ประกอบกับกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ยังเผชิญกับ ต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้นราว 10% QoQ อย่างไรก็ตาม ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรปกติอยู่ที่ 3.1 หมื่นล้านบาท เติบโตโดดเด่นถึง 46.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ข้อสังเกตและแนวโน้มในอนาคต ฝ่ายวิจัยระบุว่าแนวโน้มในไตรมาส 4/2569 อาจยังคงอ่อนตัวต่อเนื่องจากปัจจัยฤดูกาลของกลุ่ม IPP และต้นทุนก๊าซฯ ที่ยังกดดันกลุ่ม SPP แต่ในระยะ 1-3 ปีข้างหน้า GULF ยังมีปัจจัยบวกจากการรับรู้รายได้โครงการใหม่ที่จะทยอย COD เพิ่มเติมในปี 2569 อีกราว 559 MWe รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้านการบริหารโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และการหยุดเดินเครื่องฉุกเฉินของโรงไฟฟ้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานได้ สรุปคำแนะนำการลงทุน บล.เอเซียพลัส คงประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2569 ไว้ที่ 3.8 หมื่นล้านบาท เติบโตสูงถึง 32% YoY โดยประเมินมูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2570 ไว้ที่ 80 บาทต่อหุ้น แม้ระยะสั้นกำไรจะมีความผันผวนบ้าง แต่ด้วยศักยภาพของธุรกิจโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ GULF ยังคงเป็นหุ้นที่มีความน่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว