Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BBL ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

MST ปรับลดคำแนะนำ BBL เป็น ถือ หลังอัพไซด์เริ่มจำกัด

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) หรือ MST ได้ปรับลดคำแนะนำหุ้นธนาคารกรุงเทพ (BBL) ลงจากเดิม "ซื้อ" เป็น "ถือ" โดยคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 180 บาท อิงจาก P/BV ที่ 0.6 เท่า และ ROE ที่ 8.1% เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 11% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้อัพไซด์เริ่มจำกัด แม้ว่าธนาคารจะยังคงได้รับประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น รายได้เงินปันผลที่เติบโต และภาพรวมตลาดหุ้นที่เอื้ออำนวยก็ตาม ภาพรวมการดำเนินงานและสินเชื่อ ในส่วนของผลการดำเนินงาน BBL มีความต้องการสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่แข็งแกร่งต่อเนื่องตั้งแต่ 1Q69 เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและรองรับต้นทุนการผลิต โดยคาดว่าโมเมนตัมจะเติบโตต่อเนื่องใน 2H69 จากเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งนี้คาดว่า NIM จะผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q69 และจะเริ่มทรงตัวหรือปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ ธนาคารยังมีพอร์ตเงินลงทุนขนาดใหญ่ถึง 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่ารายได้เงินปันผลจะก้าวกระโดดถึง 150% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากเงินปันผลของ THAI และ GULF ใน 2Q69 ข้อสังเกตและความเสี่ยง นักวิเคราะห์มีข้อกังวลต่อผลการดำเนินงานของธนาคาร Permata ในอินโดนีเซีย ซึ่งคาดว่าจะเริ่ม ส่งผลกระทบเชิงลบต่อกำไรสุทธิของ BBL ตั้งแต่ 2Q69 เป็นต้นไป เนื่องจากแนวโน้มกำไรของ Permata มีทิศทางลดลงจากการตั้งสำรอง (Credit Cost) ที่สูงขึ้นและ NIM ที่ลดลง รวมถึงความเสี่ยงจากสินเชื่อที่มีหลักประกันเป็นหุ้นท่ามกลางความผันผวนของดัชนีตลาดหุ้นอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของ BBL เอง คาดว่า Credit Cost จะมีแนวโน้มลดลงใน 2H69 เนื่องจากได้มีการตั้งสำรองล่วงหน้าไปค่อนข้างสูงแล้วใน 1Q69 ส่วนสรุป โดยสรุป MST มองว่า BBL ยังคงมีความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินและได้รับอานิสงส์จากรายได้เงินปันผลและการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว ประกอบกับความกังวลต่อผลประกอบการของธนาคารลูกในต่างประเทศอย่าง Permata ทำให้คำแนะนำการลงทุนเปลี่ยนเป็น "ถือ" โดยประมาณการเงินปันผลสำหรับปี 2569 ไว้ที่ 10.0 บาทต่อหุ้น