Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BDMS บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)

BDMS ฟอร์มแกร่งรับไฮซีซัน โบรกฯ ชี้กำไร Q3 พุ่งแรงหนุนหุ้นเด่นกลุ่มโรงพยาบาล

สรุปประเด็นสำคัญและคำแนะนำการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) ออกบทวิเคราะห์แนะนำ "ซื้อ" หุ้น BDMS โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 25.00 บาท ด้วยวิธีคิดแบบ DCF (WACC 6.7%) พร้อมยกให้เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มการแพทย์ เนื่องจากเป็นหุ้นประเภท Defensive Growth ที่มีความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดและมีการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอ โดยมีจุดแข็งจากเครือข่ายโรงพยาบาลกว่า 50 แห่งทั่วประเทศและระบบนิเวศทางการแพทย์ที่ครบวงจร เจาะลึกแนวโน้มกำไร Q3/2569 และทิศทางรายได้ นักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 4,580 ล้านบาท เติบโตโดดเด่น +6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ +41% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 7% (YoY) และ 13% (QoQ) จากการใช้บริการที่เพิ่มขึ้นทั้งผู้ป่วยชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ป่วยต่างชาติที่มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 51% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจาก Operating leverage ที่ดีขึ้นในช่วง High Season ทำให้คาดว่า EBITDA margin จะฟื้นตัวชัดเจนมาอยู่ที่ 24.8% ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้ผลประกอบการจะเติบโตได้ดี แต่มีข้อสังเกตเรื่องค่าใช้จ่ายภาษีที่เพิ่มขึ้น 18% (YoY) เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 4/2569 คาดว่ากำไรจะยังคงเติบโตได้เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่มีแนวโน้มชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ตามปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดยาวในช่วงเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2569 ไว้ที่ 15,945 ล้านบาท บทสรุปภาพรวมการเติบโต BDMS ยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันได้อย่างดีเยี่ยม โดยคาดการณ์ว่า ROE จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 15.0% ในปี 2570 ไปสู่ 15.4% ในปี 2571 ตามการขยายตัวของกำไร ทั้งนี้บริษัทมีกำหนดประกาศงบการเงินในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งนักลงทุนควรติดตามการบริหารจัดการต้นทุนและการฟื้นตัวของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินทิศทางการเติบโตในระยะยาว