Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CPAXT บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)

CPAXT ยังคงท้าทายในไตรมาส 3 ก่อนลุ้นฟื้นตัวชัดเจนในไตรมาส 4

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์หุ้น CPAXT โดยประเมินผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ว่ายังคงมีความท้าทายจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและผลกระทบจากมาตรการภาครัฐ โดยคาดการณ์ขาดทุนสุทธิที่ 481 ล้านบาท แต่หากตัดรายการพิเศษจากการปิดสาขาออกไป กำไรปกติจะอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท ลดลงทั้งจากไตรมาสก่อน (QoQ) และช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ทั้งนี้โบรกเกอร์ยังคงคำแนะนำ "TRADING" โดยปรับราคาเป้าหมายใหม่ลงมาอยู่ที่ 15.40 บาท จากเดิม 16.40 บาท วิเคราะห์ผลประกอบการและปัจจัยกระทบ สำหรับไตรมาส 3/2569 คาดการณ์รายได้รวมอยู่ที่ 1.26 แสนล้านบาท โดยธุรกิจ Makro มี SSSG คาดการณ์ที่ +1.5% YoY ขณะที่ธุรกิจ Lotus’s คาดการณ์ที่ -5.0% YoY ซึ่งได้รับผลกระทบเต็มไตรมาสจากมาตรการ "ไทยช่วยไทยพลัส" นอกจากนี้ยังมีปัจจัยกดดันจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ผลขาดทุนของโครงการ Happitat ราว 200 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของทั้งสองธุรกิจมีทิศทางปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อสังเกตและแนวโน้มการเติบโต โบรกเกอร์มองว่าแนวโน้มในไตรมาส 4/2569 จะเห็นการฟื้นตัวของกำไร QoQ เนื่องจากเข้าสู่ช่วง High Season ของการบริโภคและการท่องเที่ยว ประกอบกับผลกระทบจากมาตรการภาครัฐจะลดลง อย่างไรก็ตาม กำไรในไตรมาส 4 คาดว่าจะทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบ YoY เนื่องจากฐานที่สูงในปีก่อนหน้า ทั้งนี้การเติบโตในอนาคตขึ้นอยู่กับ 1) การฟื้นตัวของกำลังซื้อและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2) การฟื้นตัวของ GPM ในธุรกิจ Makro และ 3) การควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สรุปคำแนะนำการลงทุน จากการที่กำไรปกติ 9 เดือนแรกของปี 2569 คิดเป็นเพียง 63% ของประมาณการเดิม ทำให้หยวนต้าปรับลดประมาณการกำไรปี 2569-2570 ลง 4.9% และ 5.9% ตามลำดับ ส่งผลให้ราคาเหมาะสมใหม่ปรับลดลงมาอยู่ที่ 15.40 บาท โดยใช้วิธีคิดแบบ DCF (WACC 8.4%, Terminal growth 1.5%) สำหรับนักลงทุนที่สนใจเข้าลงทุน แนะนำให้ ทยอยสะสมในช่วงที่ราคาหุ้นย่อตัว หลังผ่านช่วงการรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ไปแล้ว