Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BJC บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)

BJC ควบรวม MMVN หนุนกำไรฟื้นตัวชัดเจน โบรกฯ แนะซื้อเป้า 17.90 บาท

แนวโน้มการเติบโตและราคาเป้าหมาย บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) ออกบทวิเคราะห์แนะนำ "ซื้อ" หุ้น BJC โดยกำหนดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2569 ไว้ที่ 17.90 บาทต่อหุ้น ซึ่งประเมินจากอัตราส่วน P/E Multiple ที่ 15.2 เท่า (ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี) โดยมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันยังไม่สะท้อนพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้นจากการควบรวมกิจการ MM Mega Market Vietnam (MMVN) และโอกาสในการ Re-rate ของกลุ่มธุรกิจในอนาคต วิเคราะห์ผลประกอบการและทิศทางธุรกิจ สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลัง 2569 (2H69F) คาดว่ากำไรจะฟื้นตัวโดดเด่นจากการรับรู้รายได้ของ MMVN เต็มไตรมาส ประกอบกับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่เติบโตแกร่งจากการปิดตัวและลดกำลังการผลิตของคู่แข่งในประเทศ ทำให้ BJC ได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ในส่วนของ Big C เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่พลิกกลับมาเป็นบวกในเดือนสิงหาคม 2569 โดยบริษัทมีแผนปรับปรุงพื้นที่และรูปแบบศูนย์อาหารเพื่อกระตุ้น Traffic อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3/2569 กำไรอาจอ่อนตัวลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล (Low Season) และการรับรู้ค่าใช้จ่าย One-off จากการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร แต่คาดว่าจะเห็นผลบวกจากการประหยัดต้นทุนการดำเนินงานตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า MMVN มีโมเมนตัมการเติบโตที่แข็งแกร่งด้วย SSSG ในรูปสกุลเงินบาทที่ขยายตัวถึง +6% ในเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งสูงกว่า Big C ในไทย นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้ากลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรผ่านระบบอัตโนมัติ การใช้พลังงานสะอาด และการปรับปรุงโรงงานที่บางปะอินเพื่อลดต้นทุนขนส่งและผลิต อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวังคือ ภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังเปราะบาง การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีก รวมถึงความผันผวนของต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร สรุปภาพรวมการลงทุน ประมาณการกำไรปกติปี 2569 อยู่ที่ 4.7 พันล้านบาท เติบโต +5.4% YoY โดยได้รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจในเวียดนามและธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่มาร์จิ้นสูง สำหรับสถานะทางการเงิน บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการทำ Synergy ระหว่างไทยและเวียดนาม ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนของรายได้และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว นักลงทุนจึงควรจับตาการฟื้นตัวของ Big C ในไทยควบคู่ไปกับการเติบโตของ MMVN ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของราคาหุ้นในระยะถัดไป