Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa GPSC บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

MST ปรับลดคำแนะนำ GPSC เป็น ถือ หลังราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST ได้ปรับลดคำแนะนำการลงทุนในหุ้น GPSC จากเดิม "ซื้อ" เป็น "ถือ" เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันได้ปรับตัวขึ้นมาจนเหลืออัพไซด์จำกัด อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์ได้มีการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 ขึ้น 8% เป็น 54.00 บาท (จากเดิม 50.00 บาท) โดยประเมินมูลค่าด้วยวิธี DCF เพื่อสะท้อนการขยายสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ของ Glow IPP และการปรับฐานราคาเป้าหมายใหม่ วิเคราะห์การเติบโตและผลประกอบการ ในส่วนของแนวโน้มกำไร MST คาดการณ์ว่ากำไรหลักของ GPSC จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะขยายตัว 12% ในปี 2569 และ 17% ในปี 2570 โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของโรงไฟฟ้า Gheco-One ที่ปัญหาต้นทุนถ่านหินไม่สอดคล้องกันเริ่มคลี่คลายลง ประกอบกับประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น สำหรับปี 2570 กำไรจะได้รับ ผลบวก จากการที่ไม่มีการหยุดเดินเครื่องเหมือนใน 1Q69 ทำให้รับรู้รายได้ค่าความพร้อมจ่าย (AP) ได้เต็มปี นอกจากนี้ กลุ่ม SPP ยังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามสมมติฐานราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับลดลงเหลือ 310 บาท/MMBtu ในปี 2570 ข้อสังเกตด้านราคาและโอกาสในอนาคต แม้จะมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะยาว แต่ MST ตั้งข้อสังเกตว่าราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ P/E ปี 2570 ที่ 20.9 เท่า ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มในภูมิภาค (14.0 เท่า) และสูงกว่าค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าตลาด (17.9 เท่า) สะท้อนว่าราคาหุ้นได้ตอบรับปัจจัยบวกไปมากแล้ว ทั้งนี้ การขยายสัญญา PPA ของ Glow IPP ออกไปอีก 7 ปี แม้จะช่วยเพิ่มมูลค่าหุ้นได้ 1.40 บาท/หุ้น แต่ถือเป็นการรักษาฐานรายได้เดิมมากกว่าการสร้างการเติบโตใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังมีอัพไซด์เพิ่มเติมจากโครงการ ERU, Direct PPA และแผน PDP 2026 ที่อาจเป็นแรงขับเคลื่อนในอนาคต ส่วนสรุป โดยสรุป MST ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของกำไรและโอกาสการเติบโตในระยะยาวของ GPSC แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาจนสะท้อนปัจจัยบวกระยะสั้นไปมากแล้ว จึงปรับคำแนะนำเป็น "ถือ" เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม โดยนักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของโครงการใหม่ๆ และการดำเนินงานตามแผน PDP 2026 ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทในอนาคต