2026-09-02T19:10:08+00:00 iaa GPSC บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) MST ปรับลดคำแนะนำ GPSC เป็น ถือ หลังราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST ได้ปรับลดคำแนะนำการลงทุนในหุ้น GPSC จากเดิม "ซื้อ" เป็น "ถือ" เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันได้ปรับตัวขึ้นมาจนเหลืออัพไซด์จำกัด อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์ได้มีการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 ขึ้น 8% เป็น 54.00 บาท (จากเดิม 50.00 บาท) โดยประเมินมูลค่าด้วยวิธี DCF เพื่อสะท้อนการขยายสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ของ Glow IPP และการปรับฐานราคาเป้าหมายใหม่ วิเคราะห์การเติบโตและผลประกอบการ ในส่วนของแนวโน้มกำไร MST คาดการณ์ว่ากำไรหลักของ GPSC จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะขยายตัว 12% ในปี 2569 และ 17% ในปี 2570 โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของโรงไฟฟ้า Gheco-One ที่ปัญหาต้นทุนถ่านหินไม่สอดคล้องกันเริ่มคลี่คลายลง ประกอบกับประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น สำหรับปี 2570 กำไรจะได้รับ ผลบวก จากการที่ไม่มีการหยุดเดินเครื่องเหมือนใน 1Q69 ทำให้รับรู้รายได้ค่าความพร้อมจ่าย (AP) ได้เต็มปี นอกจากนี้ กลุ่ม SPP ยังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามสมมติฐานราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับลดลงเหลือ 310 บาท/MMBtu ในปี 2570 ข้อสังเกตด้านราคาและโอกาสในอนาคต แม้จะมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะยาว แต่ MST ตั้งข้อสังเกตว่าราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ P/E ปี 2570 ที่ 20.9 เท่า ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มในภูมิภาค (14.0 เท่า) และสูงกว่าค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าตลาด (17.9 เท่า) สะท้อนว่าราคาหุ้นได้ตอบรับปัจจัยบวกไปมากแล้ว ทั้งนี้ การขยายสัญญา PPA ของ Glow IPP ออกไปอีก 7 ปี แม้จะช่วยเพิ่มมูลค่าหุ้นได้ 1.40 บาท/หุ้น แต่ถือเป็นการรักษาฐานรายได้เดิมมากกว่าการสร้างการเติบโตใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังมีอัพไซด์เพิ่มเติมจากโครงการ ERU, Direct PPA และแผน PDP 2026 ที่อาจเป็นแรงขับเคลื่อนในอนาคต ส่วนสรุป โดยสรุป MST ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของกำไรและโอกาสการเติบโตในระยะยาวของ GPSC แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาจนสะท้อนปัจจัยบวกระยะสั้นไปมากแล้ว จึงปรับคำแนะนำเป็น "ถือ" เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม โดยนักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของโครงการใหม่ๆ และการดำเนินงานตามแผน PDP 2026 ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทในอนาคต