2026-09-02T19:09:24+00:00 iaa ICHI บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ICHI ลุ้นกำไรฟื้นตัวไตรมาส 3 รับอานิสงส์กำลังการผลิตใหม่หนุนโตยาว ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ เคาะราคาเป้าหมาย 16.00 บาท โบรกเกอร์ PI ปรับคำแนะนำหุ้น ICHI จาก "ถือ" เป็น "ซื้อ" โดยกำหนดราคาพื้นฐานไว้ที่ 16.00 บาท ด้วยวิธีประเมินมูลค่า PE Multiple ที่ 16 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มเครื่องดื่ม โดยมองว่าแนวโน้มผลประกอบการจะทยอยฟื้นตัวดีขึ้นแบบ QoQ ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป และคาดการณ์ว่าบริษัทจะสามารถรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลได้ที่ระดับ 100% ต่อเนื่องในช่วง 3 ปีข้างหน้า คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ที่น่าสนใจประมาณ 6%-7% เร่งเครื่องกำลังการผลิตใหม่หนุนรายได้โตเด่นปี 2567 ปัจจัยบวกสำคัญมาจากการที่พันธมิตรทางธุรกิจอย่าง Hon Chuan จะเริ่มเดินเครื่องจักรผลิตในช่วงไตรมาส 4/2569 ซึ่งจะช่วยให้ ICHI สามารถย้ายไลน์การผลิตชาเขียวขวดปากกว้างไปจ้างผลิตได้ ทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตเหลือเพียงพอสำหรับขยายการผลิตน้ำด่าง PH+ และรองรับคำสั่งซื้อ OEM ได้มากขึ้น นอกจากนี้ ตลาดชาเขียวพร้อมดื่มเริ่มกลับมาเติบโต 4% YoY ในเดือนกรกฎาคม 2569 ประกอบกับสภาพอากาศที่เข้าสู่สภาวะเอลนีโญจะช่วยหนุนยอดขายในครึ่งปีหลังและต่อเนื่องไปถึงปี 2567 ให้เติบโตอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้า Non-tea ที่เคยเติบโตสูงถึง 60% YoY ในไตรมาส 2/2569 ข้อสังเกตด้านการบริหารจัดการและกลยุทธ์การเติบโต บริษัทไม่มีแผนการลงทุนขนาดใหญ่ (CAPEX) ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ทำให้สถานะทางการเงินมีความแข็งแกร่งและมีกระแสเงินสดเพียงพอต่อการจ่ายปันผลสูง อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มและผลกระทบจากสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยกลยุทธ์การจ้างผลิตผ่านพันธมิตรทางธุรกิจถือเป็นจุดแข็งที่ช่วยให้บริษัทขยายตัวได้โดยไม่ต้องแบกรับภาระลงทุนเพิ่ม ซึ่งคาดว่าจะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ใกล้เคียงกับการผลิตเอง นอกจากนี้ การออกสินค้าใหม่ที่หลากหลาย เช่น น้ำด่างผสมว่านหางจระเข้ และการ Collaboration กับแบรนด์อื่น จะเป็นตัวช่วยสำคัญในการกระตุ้นยอดขายในช่วงครึ่งปีหลัง สรุปภาพรวมการลงทุน ICHI ถือเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานแกร่งด้วยสถานะทางการเงินที่ไม่มีหนี้สินระยะยาวและมีกระแสเงินสดที่มั่นคง การปรับตัวเข้าสู่โมเดลธุรกิจที่เน้นการจ้างผลิต (Asset-light) ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและลดความเสี่ยงด้านต้นทุนคงที่ ในขณะที่แนวโน้มตลาดชาเขียวที่ฟื้นตัวและสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักให้กำไรสุทธิกลับมาเติบโตได้ตามเป้าหมาย นักลงทุนที่มองหาหุ้นปันผลเด่นและมีการเติบโตจากกำลังการผลิตใหม่ที่ชัดเจนในช่วงปลายปีนี้ จึงถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจในการเข้าสะสม