Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BEM บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

หยวนต้าชี้ BEM แกร่งคุมเข้มค่าใช้จ่าย ดันกำไรปี 2026 โตต่อเนื่อง

ไฮไลท์สำคัญ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BEM โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2026 ที่ 10.50 บาท ด้วยวิธี SOTP (DCF) พร้อมชูจุดเด่นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีวินัย โดยเฉพาะการเริ่มซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีม่วงด้วยตนเอง ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ราว 100 ล้านบาทต่อปี และมีโอกาสกลับรายการค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงเพิ่มเติมในไตรมาส 4/2026 เจาะลึกผลประกอบการและกลยุทธ์ บริษัทคาดการณ์กำไรปกติปี 2026 ไว้ที่ 3,973 ล้านบาท เติบโต 5.1% จากปีก่อนหน้า โดยในครึ่งปีหลัง 2026 แนวโน้มกำไรจะเติบโตได้ดีทั้งเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก (HoH) และช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แรงหนุนหลักมาจากกิจกรรมการเดินทางที่ฟื้นตัวตามฤดูกาลและเงินปันผลรับจาก TTW นอกจากนี้ BEM ยังเดินหน้ายกระดับธุรกิจเชิงพาณิชย์ผ่านการเพิ่มสื่อโฆษณาดิจิทัลและการจัดกิจกรรมในพื้นที่สถานี เพื่อกระตุ้นรายได้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจะชะลอตัวในช่วงสั้น แต่ BEM มีปัจจัยบวกที่น่าสนใจรออยู่ คือการปรับขึ้นค่าผ่านทางเส้น SOE ในเดือนธันวาคม 2026 ซึ่งแม้จะกดดันจำนวนผู้ใช้ในช่วงแรก แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่คาดว่าจะเปิดให้บริการก่อนกำหนดเดิม และนโยบายตั๋วร่วมที่จะเป็นแรงส่งสำคัญให้กำไรปี 2027 เติบโตในระดับ Double Digit สรุปภาพรวมการลงทุน นักวิเคราะห์มองว่า BEM เป็นหุ้นที่มีความสมดุลทั้งด้านการเติบโต (Growth) และเงินปันผล (Dividend Yield) โดยมี Upside Risks จากโครงการทางด่วน Double Deck และโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ที่คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในปี 2027 ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้านจำนวนผู้โดยสารและการท่องเที่ยวที่อาจผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ด้วยวินัยทางการเงินที่เข้มงวด ทำให้ BEM ยังคงเป็นหุ้นที่น่าสนใจในกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์