Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BEM บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

BEM โชว์ฐานกำไรแกร่งรับปันผลหนุน พร้อมลุยโครงการใหม่สร้างการเติบโตระยะยาว

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 1,012 ล้านบาท เติบโต 16% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการรับรู้เงินปันผลจาก CKP และ TTW เข้ามาตามฤดูกาลจำนวน 337 ล้านบาท แม้ภาพรวมรายได้จะยังคงทรงตัวจากธุรกิจทางด่วนและธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ที่ชะลอตัวลงก็ตาม เจาะลึกสถานะการเงินและธุรกิจ บล.เอเซียพลัส (ASPS) ระบุว่า อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยของ BEM ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 41.8% จาก 42.1% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีค่าตัดจำหน่ายสิทธิการใช้ประโยชน์บนทางด่วนที่สูงขึ้น รวมถึงรายได้จากธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ที่ลดลง 18% จากการชะลอใช้งบโฆษณา อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินได้ดีตามทิศทางดอกเบี้ยขาลง ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A อย่างเข้มงวด ทำให้กำไรสุทธิยังคงขยายตัวได้ ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ากำไรในไตรมาส 3/2569 จะเป็นจุดสูงสุดของปีจากปัจจัยฤดูกาลและการรับรู้เงินปันผลจาก TTW เพิ่มเติมอีก 221 ล้านบาท ข้อสังเกตและปัจจัยติดตาม นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้การเติบโตของกำไรในระยะสั้นจะยังอยู่ในระดับจำกัดเนื่องจากปริมาณผู้ใช้ทางด่วนและรถไฟฟ้ายังไม่เร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญ แต่ BEM ยังคงมีปัจจัยบวกที่น่าจับตาในระยะยาว ได้แก่ โอกาสในการได้รับงานระบบ M&E ของรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และโครงการ Double Deck นอกจากนี้ การเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มในช่วงต้นปี 2571 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยเชื่อมต่อโครงข่ายและเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร รวมถึงต่อยอดรายได้เชิงพาณิชย์ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต สรุปคำแนะนำการลงทุน ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเหมาะสมปี 2570 ไว้ที่ 8.20 บาท (ด้วยวิธี DCF) โดยมองว่า BEM เป็นหุ้นโครงสร้างพื้นฐานที่มีรายได้มั่นคงจากสัมปทานระยะยาว แม้การเติบโตของกำไรในปี 2570 จะมีจำกัด แต่บริษัทมี Upside ที่น่าสนใจจากโครงการลงทุนภาครัฐและการขยายเครือข่ายรถไฟฟ้า ซึ่งจะส่งผลให้กำไรเติบโตอย่างเด่นชัดตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป สำหรับแนวโน้มราคาหุ้นในเชิงเทคนิคมีทิศทางเป็น SIDEWAYS UP โดยมีแนวรับที่ 6.30-6.65 บาท และแนวต้านที่ 7.10-7.40 บาท