Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BEM บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

BEM โชว์กำไร Q2/69 ตามคาด ลุ้นครึ่งปีหลังโตต่อเนื่องรับอานิสงส์รถไฟฟ้า

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 16% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยผลประกอบการออกมาเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แม้รายได้รวมจะมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยในบางส่วน แต่บริษัทได้รับปัจจัยบวกจากการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เจาะลึกผลประกอบการและมุมมองโบรกเกอร์ บล.บัวหลวง (BLS) ได้วิเคราะห์ผลการดำเนินงานของ BEM โดยระบุว่า แม้รายได้จากธุรกิจทางด่วนและธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์จะลดลง YoY และรายได้จากธุรกิจทางด่วนและระบบรางลดลง 7% QoQ แต่บริษัทสามารถทำกำไรได้ตามเป้าหมาย โดยมีประเด็นสำคัญคือค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง 11% YoY และ 6% QoQ จากการบริหารต้นทุนทางการเงินที่ดี ทั้งนี้ BLS ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 8.20 บาท โดยใช้วิธีการประเมินมูลค่าตามปัจจัยพื้นฐานที่เน้นการเติบโตของปริมาณผู้ใช้บริการทางด่วนและรถไฟฟ้า ข้อสังเกตจากงบการเงิน สิ่งที่น่าสนใจในไตรมาสนี้คือ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายอยู่ที่ 8.0% ซึ่งแม้จะลดลงจาก 8.2% ในปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นจาก 6.5% ในไตรมาส 1/69 นอกจากนี้ยังมีประเด็น รายได้อื่นที่ลดลง 6% YoY เนื่องจากการรับรู้ค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัยในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายได้เงินปันผลเข้ามาช่วยหนุน ทำให้ภาพรวมกำไรยังคงแข็งแกร่ง ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัททำกำไรได้แล้ว 45% ของประมาณการกำไรทั้งปีที่ 4,202 ล้านบาท สรุปแนวโน้มการเติบโต สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 3/2569 คาดว่ากำไรหลักจะเติบโตต่อเนื่อง YoY จากปริมาณการจราจรบนทางด่วนและผู้โดยสาร MRT ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง แม้จะมีการชะลอตัว QoQ เนื่องจากไม่มีรายได้เงินปันผลเข้ามาเสริม แต่ในภาพรวมปี 2569 BEM มีโอกาสทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ โดยมีปัจจัยบวกสำคัญคือ นโยบายรัฐบาลเรื่องการกำหนดค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17–45 บาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารและสร้างอัพไซด์ต่อกำไรของบริษัทในอนาคต