Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TOP บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

TOP โชว์ฟอร์มแกร่งกำไรไตรมาส 2 พุ่งแรงรับอานิสงส์ค่าการกลั่น

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ที่โดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 8.3 พันล้านบาท แม้จะลดลงจากไตรมาส 1 ที่มีกำไร 19.5 พันล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Core NP) พบว่าพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 21.1 พันล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 11.8 พันล้านบาทในไตรมาส 1 และ 2.8 พันล้านบาทในไตรมาส 2 ปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนหลักจากค่าการกลั่น (GRM) ที่พุ่งสูงขึ้น วิเคราะห์ผลประกอบการและการดำเนินงาน ปัจจัยบวกสำคัญในไตรมาส 2 มาจากค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) ที่ปรับตัวขึ้นแรงสู่ระดับ 21.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากอานิสงส์ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องบินและดีเซลที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางภาวะชะงักงันของอุปทานในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ บริษัทยังคงรักษาอัตราการกลั่นได้สูงถึง 107% แม้จะมีการปิดซ่อมบำรุงหน่วย CDU-1 ในเดือนมิถุนายนก็ตาม ในขณะที่ธุรกิจ LAB และน้ำมันหล่อลื่นมีส่วนช่วยสนับสนุนกำไรเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอะโรเมติกส์ยังคงเป็นปัจจัยกดดันจากส่วนต่างราคา PX และเบนซีนที่อ่อนตัวลง ทั้งนี้บริษัทมีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน 10.7 พันล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบทางบัญชีที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน โบรกเกอร์ Globlex คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 88.00 บาท ซึ่งประเมินมูลค่าด้วยวิธี EV/EBITDA ปี 2569 ที่ 5 เท่า โดยมองว่า TOP ยังคงมีความน่าสนใจจากแนวโน้มค่าการกลั่นที่ยืดหยุ่น และแพลตฟอร์มธุรกิจแบบบูรณาการทั้งโรงกลั่น อะโรเมติกส์ น้ำมันหล่อลื่น และไฟฟ้า ที่ช่วยประคองผลประกอบการในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 แม้ผลประกอบการจะยังคงแข็งแกร่ง แต่ต้องระวังความเสี่ยงจากการแทรกแซงราคาดีเซลของภาครัฐ และความผันผวนของต้นทุนน้ำมันดิบและค่าขนส่งที่อาจส่งผลกระทบต่อกำไรได้ สรุปภาพรวม ภาพรวมปี 2569 ของ TOP มีแนวโน้มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดการณ์กำไรสุทธิทั้งปีไว้ที่ 28.28 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.9% จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่ฟื้นตัวได้ดีเยี่ยมจากธุรกิจหลัก แม้จะมีปัจจัยลบชั่วคราวจากผลขาดทุนสต็อกน้ำมัน แต่ด้วยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ TOP ยังคงเป็นหุ้นที่น่าจับตามองในกลุ่มพลังงาน