2026-08-13T12:41:35+00:00 iaa TOP บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ไทยออยล์โชว์กำไรปกติ Q2/69 พุ่งแรง รับอานิสงส์ค่าการกลั่นฟื้นตัว ผลประกอบการโดดเด่น บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) วิเคราะห์ผลประกอบการของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ในไตรมาส 2/2569 โดยระบุว่าบริษัทมีกำไรปกติอยู่ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท เติบโตสูงทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) และไตรมาสก่อนหน้า (q-q) ปัจจัยหลักมาจากภาวะอุปทานพลังงานที่ตึงตัวจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ค่าการกลั่นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 21.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 308% y-y และ 68% q-q รวมถึงความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อนของยุโรป มุมมองการลงทุนและราคาเป้าหมาย ทาง KSS ได้ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 70.00 บาทต่อหุ้น โดยใช้วิธีคิดแบบ DCF (WACC 8%) พร้อมคงคำแนะนำ Neutral เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนกำไรที่อยู่ในระดับสูงกว่าปกติไปมากแล้ว ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่านักลงทุนสามารถถือหุ้นเพื่อรับเงินปันผลได้ และควรติดตามความคืบหน้าของข้อพิพาทโครงการ CFP ซึ่งหากบริษัทชนะคดีอาจได้รับเงินชดเชยสูงสุดถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นมูลค่าราว 14.5 บาทต่อหุ้น ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยง แม้ผลประกอบการจะเติบโตได้ดี แต่ KSS คาดการณ์ว่าในครึ่งปีหลังของปี 2569 (2H69) กำไรมีแนวโน้มชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก (h-h) เนื่องจากต้นทุน Crude Premium ที่ยังอยู่ในระดับสูง และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Product Spread) ที่เริ่มปรับตัวลดลงจากอุปทานที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา ได้แก่ นโยบายการขอส่วนลดราคาน้ำมันดีเซลของภาครัฐ และความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงคราม รวมถึงความคืบหน้าของโครงการ CFP ที่อาจไม่เป็นไปตามคาด สรุปภาพรวมธุรกิจ โดยรวมแล้ว TOP ยังคงรักษาความแข็งแกร่งในด้านการดำเนินงาน โดยกำไรปกติในครึ่งปีแรกคิดเป็น 69% ของประมาณการทั้งปีที่ 37,845 ล้านบาท แม้จะเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนและการบริหารจัดการ แต่ด้วยความตึงตัวของอุปทานพลังงานโลกยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ค่าการกลั่นฟื้นตัวได้ดีกว่าช่วงปีที่ผ่านมา นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังและติดตามปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและส่วนต่างกำไรในระยะถัดไป