Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin AOT บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

AOT สรุปผลประกอบการ Q3/2569

AOT กำไร Q3/69 พุ่ง 14.9% รับแรงหนุนค่าบริการผู้โดยสารขาออก ท่าอากาศยานไทย (AOT) โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2569 กำไรสุทธิพุ่ง 14.9% แตะ 4,441.68 ล้านบาท หลังปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ขณะที่รายได้รวมลดลงเล็กน้อยจากการปรับลดรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการบิน Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ AOT ในไตรมาส 3/2569 ให้เติบโต 14.93% หรือ 576.88 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากการปรับเพิ่มขึ้นของ รายได้ค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (PSC) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ชดเชยการลดลงของรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การปรับเพิ่มอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศจาก 730 บาท เป็น 1,120 บาทต่อคน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ส่งผลให้รายได้จากส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง 3.70% เนื่องจากรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบินลดลง 7.96% โดยเฉพาะจากธุรกิจร้านค้าปลอดอากรที่ลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่ลดลง 11.73% โดยเฉพาะการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการชำระหนี้ของลูกหนี้รายสำคัญ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตได้ 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากปัจจัยการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อต้นทุนเชื้อเพลิงของสายการบินและราคาบัตรโดยสาร รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ของบริษัทฯ Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ Q3/69 เติบโต 14.93% แตะ 4,441.68 ล้านบาท จาก 3,894.69 ล้านบาทในปีก่อน รายได้รวมลดลง 3.70% อยู่ที่ 15,493.50 ล้านบาท จาก 16,088.39 ล้านบาท รายได้เกี่ยวกับกิจการการบินเพิ่มขึ้น 2.61% เป็น 7,651.64 ล้านบาท โดยหลักมาจากค่าบริการผู้โดยสารขาออกที่เพิ่มขึ้น 2.85% จากการปรับขึ้นอัตรา PSC รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบินลดลง 7.96% อยู่ที่ 7,258.67 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ (ธุรกิจร้านค้าปลอดอากร) ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 11.73% อยู่ที่ 9,475.58 ล้านบาท จาก 10,735.05 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ทอท.มีกำไรสุทธิ 4,441.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.93% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายหรือการให้บริการลดลง 2.82% จากการลดลงของรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน 7.96% แต่รายได้เกี่ยวกับกิจการการบินเพิ่มขึ้น 2.61% รายได้อื่นลดลง 21.73% จากรายการชดเชยพิเศษปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 11.73% ส่วนใหญ่จากการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ทอท.มีกำไรสุทธิ 14,812.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.86% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้จากการขายหรือการให้บริการลดลง 1.39% จากการลดลงของรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน 5.56% แต่รายได้เกี่ยวกับกิจการการบินเพิ่มขึ้น 2.72% รายได้อื่นลดลง 1.43% ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 2.55% โอกาส การปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้และกำไรในระยะต่อไป การฟื้นตัวของปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบิน แม้จะยังเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ทิศทางยังคงเป็นบวก โครงการพัฒนาท่าอากาศยานต่างๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารและสร้างรายได้ในอนาคต การส่งเสริมตลาดการบินและท่องเที่ยว ผ่านมาตรการต่างๆ เช่น Incentive Scheme, Marketing Fund และการบริหารจัดการตารางการบิน จะช่วยกระตุ้นการเติบโต ความเสี่ยง สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนเชื้อเพลิงของสายการบินและราคาบัตรโดยสาร ซึ่งอาจกระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสาร การแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินและท่องเที่ยว ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ความล่าช้าของโครงการพัฒนาท่าอากาศยาน อาจส่งผลกระทบต่อแผนการเติบโตในระยะยาว ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนทางการเงิน สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) ต่อปริมาณผู้โดยสาร ความคืบหน้าของโครงการพัฒนาท่าอากาศยานต่างๆ และการอนุมัติงบประมาณ สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศและผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบิน การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าซ่อมบำรุง แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจร้านค้าปลอดอากรและรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้เกี่ยวกับกิจการการบิน: เพิ่มขึ้น 2.61% ใน Q3/69 เป็น 7,651.64 ล้านบาท โดยหลักมาจากค่าบริการผู้โดยสารขาออกที่เพิ่มขึ้น 2.85% จากการปรับขึ้นอัตรา PSC และค่าบริการสนามบินที่เพิ่มขึ้น 1.81% รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน: ลดลง 7.96% ใน Q3/69 อยู่ที่ 7,258.67 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ (ธุรกิจร้านค้าปลอดอากร) 14.12% แม้ว่ารายได้เกี่ยวกับบริการจะเพิ่มขึ้น 4.24% ค่าใช้จ่ายรวม: ลดลง 11.73% ใน Q3/69 อยู่ที่ 9,475.58 ล้านบาท จากการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 840.15 ล้านบาท และการลดลงของค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน 13.27% ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม: ณ สิ้น Q3/69 อยู่ที่ 207,012.31 ล้านบาท ลดลง 1.39% จากสิ้นปีก่อน โดยหลักมาจากการลดลงของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ และสินทรัพย์สิทธิการใช้ หนี้สินรวม: ณ สิ้น Q3/69 อยู่ที่ 70,635.20 ล้านบาท ลดลง 8.37% จากสิ้นปีก่อน โดยหลักมาจากการลดลงของหนี้สินหมุนเวียน และหนี้สินตามสัญญาเช่า ส่วนของผู้ถือหุ้น: ณ สิ้น Q3/69 อยู่ที่ 136,377.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.66% จากสิ้นปีก่อน กระแสเงินสด: เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 26,932.69 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 4,037.07 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 18,126.92 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 4,768.70 ล้านบาท สรุปท้าย AOT ในไตรมาส 3/2569 สามารถพลิกฟื้นกำไรสุทธิให้เติบโตได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นรายได้หลักที่เข้ามาช่วยชดเชยรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบินที่ลดลง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิต อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินในระยะต่อไป รวมถึงความคืบหน้าของแผนพัฒนาท่าอากาศยานต่างๆ ที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต