2026-08-13T18:46:24+00:00 fin BEM บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) BEM Q2/2569 กำไรสุทธิโต 2% รับรายได้ระบบรางหนุน แม้รายได้ภาพรวมทรงตัว รายได้รวมทรงตัวแต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากการบริหารต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายที่ลดลง บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 1,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการให้บริการจะใกล้เคียงเดิม โดยปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ BEM ในไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโต 2% มาจาก การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการ ควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ได้ดี แม้ว่ารายได้จากการให้บริการโดยรวมจะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ต้นทุนทางการเงินลดลง 9% : สาเหตุหลักมาจากการบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ลดลง ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงอย่างชัดเจน โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนหนี้สินที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ 57% และอัตราดอกเบี้ยลอยตัว 43% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 3% : เกิดจากการลดลงของค่าโฆษณาและประชาสัมพันธ์ รวมถึงการจัดกิจกรรมร่วมกับลูกค้าสื่อโฆษณา รายได้จากการให้บริการทรงตัว : แม้ภาพรวมรายได้จากการให้บริการจะลดลงเล็กน้อย 0.4% มาอยู่ที่ 3,982 ล้านบาท แต่รายได้จากธุรกิจระบบรางมีการเติบโต 3% มาอยู่ที่ 1,672 ล้านบาท โดยเฉพาะรายได้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่เพิ่มขึ้น 3% จากปริมาณผู้โดยสารที่เติบโตต่อเนื่อง 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของการบริหารต้นทุนทางการเงิน เนื่องจากฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพ และการมีสัดส่วนหนี้ดอกเบี้ยคงที่ที่ค่อนข้างสูง ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในอนาคตได้ ส่วนการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็เป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ยังคงผูกโยงกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการเดินทาง ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตาม Highlight สำคัญ กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 1,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY : แม้รายได้จากการให้บริการทรงตัว รายได้จากการให้บริการรวม 3,982 ล้านบาท ลดลง 0.4% YoY : โดยรายได้จากทางพิเศษลดลง 1% แต่รายได้ระบบรางเพิ่มขึ้น 3% ต้นทุนทางการเงินลดลง 9% : จากการบริหารจัดการหนี้และอัตราดอกเบี้ยตลาด ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 3% : จากการควบคุมค่าใช้จ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มคืบหน้า 37% : คาดเปิดให้บริการส่วนตะวันออกปี 2571 และส่วนตะวันตกปี 2573 การลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มส่งผลต่อกระแสเงินสด : เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 9,609 ล้านบาท เนื่องจากมีการบันทึกบัญชีลูกหนี้ค่าก่อสร้างงานโยธา ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 1,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จาก 993 ล้านบาทในปีก่อน แม้รายได้จากการให้บริการรวมจะลดลงเล็กน้อย 0.4% มาอยู่ที่ 3,982 ล้านบาท แต่กำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 1,663 ล้านบาท การที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการลดลงของต้นทุนทางการเงิน 9% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 3% ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงเล็กน้อยได้ สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,887 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน โอกาส การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ : ส่งผลให้ปริมาณการเดินทางบนทางพิเศษและรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจ (CBD) และศูนย์การค้าที่กลับมาคึกคัก การเติบโตของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน : เป็นรถไฟฟ้าสายวงกลมที่เชื่อมต่อกับสายอื่น ๆ ทำให้มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความคืบหน้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม : การก่อสร้างคืบหน้า 37% และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ตามแผน ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพการสร้างรายได้ในอนาคต การจัดหาขบวนรถไฟฟ้าเพิ่มเติมสำหรับสายสีน้ำเงิน : เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ความเสี่ยง ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ : อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทางของประชาชน ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น : อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทางของประชาชน การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสัญญาสัมปทานจากภาครัฐ : อาจมีผลต่อการดำเนินงานของบริษัท ภาระหนี้สินจากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ : แม้จะมีการบริหารจัดการที่ดี แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 2.63 เท่า สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ปริมาณการเดินทางบนทางพิเศษและรถไฟฟ้า : โดยเฉพาะการฟื้นตัวหลังสถานการณ์เศรษฐกิจและภัยธรรมชาติ ความคืบหน้าและกำหนดการเปิดให้บริการของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม : ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน : เพื่อรักษาอัตรากำไรให้เติบโตต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับสัมปทาน : ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างรายได้และต้นทุน การรับมอบขบวนรถไฟฟ้าเพิ่มเติมสำหรับสายสีน้ำเงิน : และการนำมาให้บริการเพื่อรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้จากทางพิเศษ : ลดลง 1% YoY มาอยู่ที่ 2,071 ล้านบาท ปริมาณรถใกล้เคียงเดิมที่ 1.08 ล้านเที่ยวต่อวัน ได้แรงหนุนจากการเดินทางเพื่อทำงานและการหลีกเลี่ยงรถติด แต่ถูกหักล้างด้วยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง รายได้จากระบบราง : เพิ่มขึ้น 3% YoY มาอยู่ที่ 1,672 ล้านบาท โดยสายสีน้ำเงินเติบโต 3% จากปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 2% (วันหยุด) และ 1% (วันทำการ) ส่วนสายสีม่วง (รายได้รับจ้างเดินรถ) เพิ่มขึ้น 3% ตามแผนการชำระเงิน รายได้จากการพัฒนาเชิงพาณิชย์ : ลดลง 18% YoY มาอยู่ที่ 239 ล้านบาท เนื่องจากรายได้สื่อโฆษณาชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ต้นทุนการให้บริการ : ภาพรวมใกล้เคียงเดิม โดยธุรกิจทางพิเศษเพิ่มขึ้น 2% จากค่าตัดจำหน่าย ส่วนธุรกิจระบบรางลดลงเล็กน้อยจากค่าไฟฟ้าและค่า Ft ที่ลดลง แม้ค่าตัดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้น : ธุรกิจทางพิเศษลดลง 2% แต่ธุรกิจระบบรางเพิ่มขึ้น 33% ขณะที่ธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ลดลง 24% ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม 174,452 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% : จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้ รฟม. ค่าก่อสร้างโครงการสายสีส้ม และสินทรัพย์ภายใต้สัมปทาน หนี้สินรวม 137,293 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% : จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมเพื่อลงทุนโครงการสายสีส้ม ส่วนของผู้ถือหุ้น 37,159 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% : จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น หักลบด้วยเงินปันผลจ่าย อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) เพิ่มเป็น 2.63 เท่า : จาก 2.56 เท่า กระแสเงินสด : เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 9,609 ล้านบาท เนื่องจากมีการบันทึกบัญชีลูกหนี้ค่าก่อสร้างโครงการสายสีส้ม หากไม่รวมรายการนี้ จะมีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 3,763 ล้านบาท เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 2,222 ล้านบาท และเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 11,393 ล้านบาท สรุปท้าย BEM ในไตรมาส 2 ปี 2569 สามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิได้เล็กน้อย แม้รายได้รวมจะทรงตัว โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการบริหารต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ แม้การลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มจะส่งผลให้ภาระหนี้สินและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานมีลักษณะเป็นการใช้เงินสดจำนวนมาก แต่การบริหารจัดการหนี้ที่ดีและแนวโน้มการเติบโตของรายได้จากระบบราง รวมถึงความคืบหน้าของโครงการใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตาในระยะยาว