Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CPN บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)

CPN จับมือพันธมิตรญี่ปุ่นลุยโปรเจกต์ยักษ์ CenTRal cENtrAL ปักหมุดแลนด์มาร์คใหม่ใจกลางสยาม

ไฮไลท์สำคัญ บล.เอเซียพลัส (ASPS) ออกบทวิเคราะห์ CPN หลังประกาศร่วมทุนกับ Mitsubishi Estate (MEA) พัฒนาโครงการมิกซ์ยูสระดับพรีเมียม “CenTRal cENtrAL” บนทำเลทองสยามสแควร์-แยกปทุมวัน มูลค่าโครงการรวม 11,000 ล้านบาท โดย CPN ถือหุ้น 60% คิดเป็นเงินลงทุนราว 6.6 พันล้านบาท ซึ่งถือว่าไม่กระทบต่อฐานะการเงินของบริษัท โดยยังคงรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Net Gearing) ไว้ที่ระดับ +/- 0.5 เท่าได้ตามแผน รายละเอียดโครงการและการลงทุน โครงการดังกล่าวเป็นอาคารสูง 42 ชั้น บนพื้นที่ 7 ไร่ ประกอบด้วยศูนย์การค้าพื้นที่เช่า 30,000 ตร.ม. (กำหนดเปิด 2Q70), อาคารสำนักงาน 26,000 ตร.ม. (เปิด 4Q70) และโรงแรม 25hours แบรนด์ระดับโลกแห่งแรกในไทย (เปิด 1Q72) ฝ่ายวิจัยมองว่าเป็น ผลบวกต่อการเติบโตในระยะยาว เนื่องจากเป็นการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์และตอกย้ำศักยภาพของ CPN ในฐานะผู้นำธุรกิจศูนย์การค้า โดยคาดการณ์ว่ารายได้ค่าเช่าจากส่วนศูนย์การค้าจะคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 2% ของรายได้รวมในปี 2571 เมื่อเปิดให้บริการเต็มปี ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยง แม้ภาพรวมการดำเนินงานใน 1Q69 จะเติบโตได้ดีด้วยกำไรปกติที่ 4,971 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.6% YoY แต่ฝ่ายวิจัยมีข้อสังเกตถึงความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ 1. การฟื้นตัวของการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่ยังคงชะลอตัว ซึ่งอาจกระทบต่อรายได้ค่าเช่าแบบส่วนแบ่งรายได้ 2. ความเสี่ยงจากการเปิดศูนย์การค้าใหม่ที่อาจกดดันอัตราค่าเช่าเฉลี่ยรวมให้ลดลง เนื่องจากค่าเช่าของโครงการใหม่ในช่วงแรกมักจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเดิม และ 3. ความผันผวนของต้นทุนพลังงานซึ่งเป็นปัจจัยหลักในธุรกิจศูนย์การค้า บทสรุปและคำแนะนำการลงทุน ฝ่ายวิจัยบล.เอเซียพลัส แนะนำ “ซื้อ” โดยให้ ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 75.00 บาท และปี 2570 ที่ 80.00 บาท (อิงวิธี DCF) โดยมองว่า CPN มีความแข็งแกร่งทั้งด้านฐานะการเงินและกลยุทธ์การพัฒนาโครงการใหม่ที่ต่อเนื่อง ทั้งนี้ CPN ยังคงรักษามาตรฐาน ESG ได้ในระดับดีเยี่ยม ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาว แม้จะมีปัจจัยกดดันจากภาวะเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ด้วยศักยภาพของสินทรัพย์และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยผลักดันให้กำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องสู่ระดับ 20,983 ล้านบาทในปี 2571