2026-11-06T08:39:21+00:00 fin KIAT บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด (มหาชน) KIAT กำไรสุทธิ Q3/2569 พุ่ง 234.4% YoY รับอานิสงส์บริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายลดลง ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ปรับตัวโดดเด่นจากธุรกิจขนส่งทางรางและประสิทธิภาพการจัดการต้นทุน แม้รายได้รวมชะลอตัวจากธุรกิจเคมีภัณฑ์ บริษัท เกียรติธนาขนส่ง จำกัด (มหาชน) หรือ KIAT รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 16.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 234.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แม้รายได้จากการขายและบริการจะปรับตัวลดลง 6.9% YoY มาอยู่ที่ 182.7 ล้านบาท เนื่องจากการชะลอตัวของยอดขายเคมีภัณฑ์ แต่บริษัทสามารถทำกำไรขั้นต้นได้ดีขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุนขนส่งทางถนนและปริมาณงานขนส่งทางรางที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 9.0% ในไตรมาสนี้ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญคือ "ประสิทธิภาพการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น" กำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในไตรมาส 3/2569 มีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก 2 ส่วน คือ การเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นในธุรกิจขนส่งสินค้าทางถนน และการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เมื่อเทียบกับฐานที่สูงในปีก่อน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ธุรกิจขนส่งทางถนน: มีความสามารถในการทำกำไรดีขึ้นจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะค่าเสื่อมราคารถขนส่งที่ลดลงเนื่องจากตัดค่าเสื่อมครบตามอายุการใช้งาน และต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลง ธุรกิจขนส่งทางราง: รายได้เติบโตโดดเด่น 34.2% YoY จากสัญญาฉบับใหม่ที่เพิ่มปริมาณการขนส่งเป็น 700 ตันต่อวัน ค่าใช้จ่ายลดลง: ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 26.2% YoY เนื่องจากปีก่อนมีการรับรู้ค่าใช้จ่ายคดีภาษีมูลค่าเพิ่ม (รายการครั้งเดียว) และการตั้งสำรอง ECL ของธุรกิจเช่าซื้อที่ลดลงตามขนาดพอร์ตที่หดตัว จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของการบริหารต้นทุนและการเติบโตของขนส่งทางราง แต่ยังต้องติดตามปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่กระทบต่อปริมาณการผลิตของลูกค้าใน สปป.ลาว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ธุรกิจเคมีภัณฑ์ รวมถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและท่องเที่ยว ทั้งนี้ การเติบโตของกำไรในไตรมาสนี้ได้รับแรงหนุนจากฐานค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าปกติในปีก่อนด้วย Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 16.9 ล้านบาท (+234.4% YoY, +67.8% QoQ) รายได้จากการขายและบริการ: 182.7 ล้านบาท (-6.9% YoY) อัตรากำไรขั้นต้น: ปรับตัวดีขึ้นเป็น 23.6% จาก 16.6% ใน Q3/2568 ธุรกิจขนส่งทางราง: รายได้โต 34.2% YoY จากสัญญาใหม่ 700 ตันต่อวัน ธุรกิจเคมีภัณฑ์: รายได้ลดลง 59.4% YoY ตามการชะลอการผลิตของลูกค้าใน สปป.ลาว ค่าใช้จ่าย SG&A: ลดลง 26.2% YoY จากการไม่มีรายการตั้งสำรองคดีภาษีเหมือนปีก่อน ภาพรวมผลประกอบการ รายได้รวมไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 187.8 ล้านบาท ลดลง 8.0% YoY อย่างไรก็ตาม กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ปรับตัวขึ้นแรงถึง 402.7% YoY มาอยู่ที่ 21.5 ล้านบาท สะท้อนถึงความสำเร็จในการปรับโครงสร้างต้นทุนและการเลือกรับงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โอกาส การขยายศักยภาพขนส่งทางรางที่เริ่มเห็นผลชัดเจนจากสัญญาใหม่ การลงทุนในเรือสำราญลำใหม่ (Princess 78) เพื่อรองรับการฟื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยว การควบคุมความเสี่ยงในพอร์ตเช่าซื้ออย่างเข้มงวดช่วยลดภาระการตั้งสำรองในอนาคต ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่กระทบห่วงโซ่อุปทานของลูกค้า ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กระทบความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว การพึ่งพารายได้จากลูกค้าใน สปป.ลาว ที่มีความเสี่ยงจากการชะลอการผลิต สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ปริมาณการขนส่งสินค้าในกลุ่มพลังงานและเหมืองแร่ว่าจะสามารถชดเชยรายได้ที่หายไปจากเคมีภัณฑ์ได้หรือไม่ การบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจขนส่งทางรางและท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับรายได้ คุณภาพพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อที่บริษัทกำลังทยอยลดขนาดลง แนวโน้มค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในไตรมาสถัดไปว่าจะรักษาฐานที่ต่ำไว้ได้หรือไม่ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) ธุรกิจขนส่งสินค้าทางถนนยังคงเป็นรายได้หลัก (126.3 ล้านบาท) โดยมีแนวโน้มกำไรดีขึ้นจากรถที่ตัดค่าเสื่อมหมดแล้ว ในขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้แต่ยังเผชิญความท้าทายจากปัจจัยฤดูกาลและสถานการณ์โลก ส่วนธุรกิจเช่าซื้อบริษัทเลือกที่จะชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่เพื่อรักษาคุณภาพพอร์ต ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ 30 ก.ย. 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,146.9 ล้านบาท ลดลง 7.5% จากสิ้นปี 2568 หนี้สินรวมลดลง 2.3% จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากการจ่ายเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืน โดย D/E Ratio อยู่ที่ 0.15 เท่า สะท้อนสถานะการเงินที่แข็งแกร่งและมีภาระหนี้ต่ำ สรุปท้าย KIAT ผ่านไตรมาส 3/2569 ด้วยผลกำไรที่โดดเด่นจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการลดลงของค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ แม้รายได้รวมจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกในกลุ่มเคมีภัณฑ์ แต่การเติบโตของธุรกิจขนส่งทางรางและการคุมต้นทุนขนส่งทางถนนเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความสามารถในการรักษาระดับกำไรท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในรอบถัดไป