2026-11-04T08:34:27+00:00 iaa TU บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) TU ลุยแผนปี 70 ดันยอดขายโตแกร่ง พร้อมเคาะราคาเป้าหมายใหม่ 14.90 บาท ไฮไลท์สำคัญ: กลยุทธ์เติบโตสู่ปี 2570 บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ประกาศแผนยุทธศาสตร์มุ่งเน้นการเติบโตระดับ Mid-Single Digit ในปี 2570 โดยขับเคลื่อนผ่านทุกกลุ่มธุรกิจ นำโดยกลุ่ม Ambient ที่ปรับกลยุทธ์การตลาดและออกสินค้าใหม่ รวมถึงกลุ่ม Frozen ที่เน้นสินค้ามูลค่าเพิ่ม (Value-added) และขยายช่องทาง Food Service & Retail นอกจากนี้ธุรกิจ Pet Care ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากการขยายกิจการ Phelps ในสหรัฐฯ โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมแตะ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2573 วิเคราะห์เจาะลึก: การทำกำไรและโครงสร้างการเงิน บล.เอเซียพลัส (ASPS) ได้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2570 เพิ่มขึ้น 7% เป็น 5.28 พันล้านบาท (+12% YoY) โดยมีปัจจัยบวกจากการคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไว้ที่ 20.5–21% และควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A/Sales ไม่เกิน 13.5% ผ่านการปรับโครงสร้างองค์กรและโรงงาน ด้านโครงสร้างการเงิน บริษัทมีแผน Refinance เพื่อลดต้นทุนทางการเงินลง 3–5% พร้อมบริหารจัดการ Working Capital อย่างรอบคอบเพื่อรักษา Net Debt/Equity ให้ต่ำกว่า 1.18 เท่า ทั้งนี้ แม้กำไร 4Q69 อาจอ่อนตัวลงจากต้นทุนปลาทูน่าที่สูงขึ้น แต่ภาพรวมทั้งปี 2569 ยังเติบโตได้ดีที่ 4.73 พันล้านบาท (+14% YoY) ข้อสังเกต: ความเสี่ยงที่ต้องจับตา แม้แนวโน้มการเติบโตจะสดใส แต่ฝ่ายวิจัยมีข้อสังเกตถึงปัจจัยเสี่ยงที่อาจกดดันผลการดำเนินงาน ได้แก่ 1.ภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวกระทบคำสั่งซื้อ 2.ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนหากเงินบาทแข็งค่าขึ้น 3.ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างปลาทูน่าและไก่ ซึ่งหากไม่สามารถปรับราคาขายขึ้นได้ทันท่วงทีจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร และ 4.คดีความเกี่ยวกับ Red Lobster ที่ยังไม่มีข้อสรุป แม้ไม่กระทบการดำเนินงานโดยตรงแต่ต้องติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด ส่วนสรุป: คำแนะนำการลงทุน บล.เอเซียพลัส ประเมินราคาเป้าหมายใหม่ปี 2570 ที่ 14.90 บาท (อิง PER 12 เท่า) เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 13.90 บาท โดยราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside ประมาณ 14% ประกอบกับคาดการณ์เงินปันผล (Div Yield) เฉลี่ยสูงกว่า 6% ต่อปี ฝ่ายวิจัยจึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ TU เพื่อรับผลตอบแทนจากการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว