Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TU บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

TU ผลงานไตรมาส 3 โดดเด่น โบรกฯ ชี้เป้าซื้อรับการเติบโตต่อเนื่อง

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 1,346 ล้านบาท เติบโต 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อนหน้า โบรกเกอร์ PI แนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 15.4 บาท ด้วยปัจจัยหนุนจากยอดขายกลุ่มอาหารทะเลแปรรูปและอาหารสัตว์เลี้ยงที่เติบโตได้ดี พร้อมคาดการณ์แนวโน้มธุรกิจในช่วงไตรมาส 4/2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 จะยังคงสดใสจากการขยายตลาดสินค้ากลุ่มแบรนด์และการรับรู้รายได้จาก Phelps วิเคราะห์เจาะลึกผลประกอบการ ในไตรมาส 3/2569 TU มีรายได้รวม 35,679 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 5% QoQ โดยได้รับแรงหนุนหลักจากกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและสินค้ากลุ่ม Value Added แม้ว่าธุรกิจอาหารแช่แข็งในสหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบจากความต้องการที่ลดลง แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการกำไรขั้นต้นได้ดีที่ระดับ 20.4% นอกจากนี้ บริษัทมีการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการควบรวมสายการผลิตจาก 3 แห่งเหลือ 2 แห่ง และนำระบบหุ่นยนต์มาช่วยลดค่าใช้จ่าย ส่งผลให้ผู้บริหารตั้งเป้ากำไรขั้นต้นในปี 2570 ไว้สูงถึง 20.5-21% และคาดการณ์รายได้เติบโตในระดับ 5-6% ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้ผลการดำเนินงานจะออกมาดี แต่ยังมีประเด็นที่นักลงทุนควรติดตาม ได้แก่ ต้นทุนวัตถุดิบปลาทูน่าที่มีความผันผวน ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไร รวมถึงคดีฟ้องร้องในต่างประเทศที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงไตรมาส 4/2569 นี้ นอกจากนี้ ในส่วนของหุ้นซื้อคืนจำนวน 100 ล้านหุ้นที่ประกาศว่าจะขายผ่านตลาดนั้น บริษัทยังไม่ได้ระบุรายละเอียดช่วงเวลาที่ชัดเจน ทั้งนี้ สถานะทางการเงินของ TU ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ช่วยสนับสนุนการขยายธุรกิจในอนาคต สรุปคำแนะนำการลงทุน โบรกเกอร์ PI ประเมินว่าด้วยศักยภาพการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและสินค้ากลุ่มแบรนด์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำได้ดีเยี่ยม ทำให้ TU มีโอกาสที่ผลประกอบการจะออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 15.4 บาท (อ้างอิง PER ปี 2569 ที่ 13.5 เท่า) โดยมองว่ากำไรปกติในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ที่คิดเป็น 76% ของประมาณการทั้งปี เป็นเครื่องยืนยันถึงความมั่นคงของผลกำไรได้เป็นอย่างดี