2026-11-04T08:34:09+00:00 iaa TU บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป (TU) สดใสต่อเนื่อง รับออเดอร์แน่น-คุมต้นทุนอยู่หมัด แนวโน้มไตรมาส 4/69 สดใสต่อเนื่อง บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ได้รับการประเมินจากโบรกเกอร์ Phillip Securities (PST) ว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2569 ยังคงมีความสดใสและทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากคำสั่งซื้อ (Orders) สำหรับช่วงไตรมาสสุดท้ายได้ถูกปิดเรียบร้อยแล้ว ประกอบกับบริษัทมีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการเรือขนส่งสินค้าให้เป็นไปตามกำหนดเวลา นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปรับลดงบลงทุน (CAPEX) ปี 2569 ลงเหลือ 4,000-4,500 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารกระแสเงินสดให้ดียิ่งขึ้น กลยุทธ์ปี 2570 ดันกำไรโต 13.2% สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2570 บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโตในระดับ Mid-single digit โดยมีกลุ่มธุรกิจ Pet Care และ Ambient เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก พร้อมยกระดับอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สู่ระดับ 20.5-21.0% ผ่านการเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูงและการบริหารต้นทุนบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ยังมีแผน Refinance เพื่อลดดอกเบี้ยจ่ายลง 3-5% ซึ่งจะช่วยหนุนกำไรสุทธิปี 2570 ให้เติบโตขึ้นราว 13.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 5,480 ล้านบาท โดยทาง PST ได้ปรับประมาณการกำไรปี 2570 ขึ้นจากเดิม 4% เพื่อสะท้อนถึงผลบวกจากการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A และการปรับโครงสร้างธุรกิจ Frozen ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้ภาพรวมการเติบโตจะดูแข็งแกร่ง แต่ยังมีประเด็นที่นักลงทุนควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ความเสี่ยงด้านการลงทุนในต่างประเทศ รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม ในด้านธรรมาภิบาล TU ยังคงรักษามาตรฐานได้ดีเยี่ยม โดยได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (Thai CAC) ระดับสูงสุด และได้รับ SET ESG Ratings ในระดับ “AA” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน สรุปคำแนะนำการลงทุน โบรกเกอร์ Phillip Securities (PST) คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมีการปรับราคาพื้นฐานปี 2570 ขึ้นเป็น 16.10 บาท (อิงค่า P/E ที่ 12.5 เท่า) ซึ่งเมื่อเทียบกับราคาปิดปัจจุบันถือว่ายังมี Upside อีกกว่า 27% พร้อมคาดการณ์เงินปันผลปี 2570 ไว้ที่ 0.70 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่น่าสนใจถึง 5.3% ถือเป็นหุ้นที่น่าจับตาสำหรับนักลงทุนที่มองหาการเติบโตควบคู่ไปกับผลตอบแทนที่มั่นคง