Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa AP บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

จับตา AP ไตรมาส 3 ฟื้นตัวแกร่ง ลุ้นทำจุดสูงสุดของปีในไตรมาส 4

ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 มีทิศทางสดใส โบรกเกอร์ KGI วิเคราะห์ผลประกอบการของ AP Thailand ในไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.14 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 7.5% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่แข็งแกร่งถึง 1.07 หมื่นล้านบาท (+21% YoY, +2% QoQ) แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) อาจปรับตัวลดลงเหลือ 28.5% เนื่องจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด แต่บริษัทก็ยังสามารถรักษาการเติบโตของกำไรไว้ได้ด้วยส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่อยู่ในระดับดี ไตรมาส 4/2569 คาดเป็นช่วงพีคของปี สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 4/2569 KGI ประเมินว่าจะเป็นช่วงที่ผลประกอบการทำจุดสูงสุดของปี โดยมีปัจจัยบวกสำคัญคือ การโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมใหม่ 3 แห่ง รวมถึงยอดขายจากโครงการแนวราบที่ยังคงไปได้สวย และการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้นที่คาดว่าจะแตะระดับ 30% จากการรับรู้รายได้คอนโดมิเนียมที่มีมาร์จิ้นสูง นอกจากนี้ บริษัทยังมีแรงส่งจากยอดขายรอโอน (Presales) 10 เดือนแรกที่ทำได้ถึง 4.1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 84% ของเป้าหมายทั้งปี ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนต่อการรับรู้รายได้ในอนาคต ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม แม้ภาพรวมการดำเนินงานจะดูแข็งแกร่ง แต่ KGI ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความเปราะบาง โดยเฉพาะ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยและการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน นอกจากนี้ ยังต้องจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐและการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานและกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม ด้วยฐานะทางการเงินที่มั่นคงและวินัยทางการเงินที่ดี ทำให้ AP ยังคงมีความสามารถในการแข่งขันสูง สรุปคำแนะนำการลงทุน KGI คงคำแนะนำ "Outperform" สำหรับหุ้น AP โดยให้ ราคาเป้าหมายที่ 9.40 บาท อ้างอิงจาก P/E ปี 2567 ที่ 6.3 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตเล็กน้อยสะท้อนถึงความเป็นผู้นำในตลาดด้านยอดขาย (Presales) ทั้งนี้ นักลงทุนยังสามารถคาดหวังผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่น่าสนใจถึง 6.7% สำหรับปี 2569 ซึ่งถือเป็นหุ้นที่โดดเด่นทั้งในแง่ของการเติบโตและการจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น