Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CRC บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

CRC โชว์ฟอร์มแกร่งกำไรไตรมาส 3 พุ่งแรง โบรกฯ ชี้ราคาหุ้นตึงตัวแนะถือรอจังหวะ

ผลประกอบการเติบโตโดดเด่น บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ได้รับการวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ FSSIA โดยคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติในไตรมาส 3/2569 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 43.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการกำไรขั้นต้น (GPM) ที่ดีขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งกลุ่มอาหารที่เติบโตได้ดี และกลุ่มแฟชั่นที่ฟื้นตัวจากฐานต่ำ รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้ให้คงที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มุมมองการลงทุนและราคาเป้าหมาย FSSIA ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-2568 ขึ้นอีก 6-9% เพื่อสะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ไว้ที่ 34.00 บาท ด้วยวิธี DCF (WACC 7.2%, TG 2%) อย่างไรก็ตาม แม้แนวโน้มการดำเนินงานจะดูเป็นบวก แต่ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ P/E ปี 2570 สูงถึง 18.8 เท่า ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 14.9 เท่า ทำให้มีอัพไซด์จำกัดในระยะสั้น จึงคงคำแนะนำ "ถือ" (HOLD) โดยแนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะสะสมหุ้นในช่วงที่ราคาอ่อนตัว ข้อสังเกตสำคัญต่อสถานะทางการเงิน จากการวิเคราะห์พบว่า CRC มีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องทั้งในไทย เวียดนาม และอิตาลี โดยมีปัจจัยบวกจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ฟื้นตัวและการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้านหนี้สิน โดยบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net debt/Equity) อยู่ที่ 118.6% ในปี 2569 (ประมาณการ) ซึ่งเป็นระดับที่ต้องจับตาดูการบริหารจัดการกระแสเงินสดและการลงทุนในอนาคต โดยเฉพาะการขยายสาขา GO! ในเวียดนามและ GO Wholesale ที่ยังอยู่ในช่วงเร่งการเติบโต บทสรุปการลงทุน โดยรวมแล้ว CRC ยังคงเป็นบริษัทค้าปลีกที่มีความหลากหลายและมีศักยภาพในการเติบโตสูง แต่ด้วยราคาหุ้นที่สะท้อนความคาดหวังเชิงบวกไปมากแล้ว ทำให้ความน่าสนใจในแง่ของส่วนต่างราคา (Upside) ในระยะสั้นมีจำกัด นักวิเคราะห์จึงมองว่ากลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการถือครองเพื่อรับผลตอบแทน หรือใช้จังหวะที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงเพื่อเข้าสะสมเพิ่ม เพื่อรอรับการเติบโตของกำไรที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องในปี 2570 อีกประมาณ 7.3%