Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa RBF บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน)

หยวนต้าชี้ RBF ธุรกิจขาขึ้นลุ้นกำไรทำจุดสูงสุดใหม่ปี 2027

ผลประกอบการ 3Q26 เติบโตโดดเด่น บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดการณ์กำไรปกติของ RBF ในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 157 ล้านบาท แม้จะทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (-2.6% QoQ) แต่ถือว่า เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 55.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1,147 ล้านบาท ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของธุรกิจส่งออกอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจในต่างประเทศ ทั้งอินโดนีเซีย เวียดนาม และอินเดีย เจาะลึกแนวโน้มการเติบโตและประมาณการ นักวิเคราะห์ประเมินว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะอยู่ที่ 37.5% แม้จะลดลงเล็กน้อยจากผลของ Product Mix แต่ยังคงขยายตัวได้ดีในภาพรวม YoY สำหรับไตรมาส 4/2569 คาดว่ากำไรจะกลับมาเติบโตทั้ง QoQ และ YoY จากแผนการออกสินค้าใหม่ของผู้ประกอบการในช่วงท้ายปีและการต่ออายุโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ทั้งนี้ หยวนต้าคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ไว้ที่ 598 ล้านบาท (+35.5% YoY) และคาดการณ์ว่า ในปี 2569-2570 บริษัทจะทำกำไรได้ในระดับ New High โดยมีราคาเป้าหมายที่ 6.80 บาท ข้อสังเกตด้านการบริหารจัดการและต้นทุน แม้ผลประกอบการจะอยู่ในทิศทางบวก แต่มีประเด็นที่ควรติดตามคือค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่คาดว่าจะสูงขึ้นเล็กน้อยจากการเตรียมความพร้อมเปิดโรงงานใหม่ในจีนช่วงต้นปี 2570 อย่างไรก็ตาม บริษัทได้รับ ผลบวกจากอัตราภาษีจ่ายที่ลดลงต่อเนื่องเหลือ 8.0% จากการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี (BOI) หลังเปิดโรงงานใหม่ที่อยุธยา นอกจากนี้สถานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่งอยู่ในสถานะ Net Cash ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านหนี้สินได้อย่างมีนัยสำคัญ สรุปคำแนะนำการลงทุน หยวนต้าคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมองว่า RBF เป็นหุ้นที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ทั้งจากอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มหลัก และการขยายธุรกิจใหม่ เช่น อาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายบน PER ปี 2569-2570 เพียง 16.3 และ 14.5 เท่า ซึ่งคิดเป็น -1.0 SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ถือเป็นระดับราคาที่น่าสนใจสำหรับการเข้าลงทุนเพื่อรับการเติบโตในอนาคต