Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BCPG บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)

BCPG โชว์กำไรปกติ 3Q69 ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ผลงานโดดเด่นเกินคาด สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) เปิดเผยรายงานผลประกอบการของ BCPG ในงวด 3Q69 โดยระบุว่าบริษัทมีกำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นถึง 675.9% จากไตรมาสก่อน (QoQ) มาอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท ขณะที่กำไรปกติเติบโตอย่างแข็งแกร่ง 614.2% QoQ แตะระดับ 1.0 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็น ระดับสูงสุดรายไตรมาสเป็นประวัติการณ์ โดยปัจจัยบวกสำคัญมาจากส่วนแบ่งกำไรของกลุ่มโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่ทำผลงานได้ดีกว่าคาดจากอานิสงส์ของคลื่นความร้อน รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ที่มีกระแสลมแรงขึ้น และรายได้จากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 38.4% QoQ จากกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังน้ำในช่วงฤดูฝน การปรับประมาณการและมุมมองการลงทุน จากผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2569 ที่คิดเป็น 92.8% ของประมาณการเดิม ฝ่ายวิจัยจึงได้ ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2569 ขึ้นอีก 6.9% มาอยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท ส่งผลให้กำไรปกติปีนี้เติบโต 40.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ทั้งนี้ บล.เอเซียพลัส ได้กำหนดมูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2570 ไว้ที่ 8.0 บาทต่อหุ้น โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าตามปัจจัยพื้นฐาน พร้อมคำแนะนำให้รอจังหวะราคาหุ้นปรับฐานเพื่อสะสมรับเงินปันผลและรอการฟื้นตัวในรอบถัดไป ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม สำหรับงวด 4Q69 ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่ากำไรปกติมีแนวโน้ม ปรับตัวลดลง QoQ เนื่องจากผ่านพ้นช่วง Peak ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำและฤดูร้อนในสหรัฐฯ ประกอบกับการขายสินทรัพย์โรงไฟฟ้า Liberty และ Patriot ในสหรัฐฯ ส่งผลให้การรับรู้รายได้ลดลงเหลือเพียง 1 เดือนในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ยังมีประเด็นความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลกิจการ (Governance) ที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดและการประเมินด้าน ESG ของบริษัทในระยะยาว สรุปภาพรวมการดำเนินงาน โดยรวม BCPG ยังคงมีจุดแข็งจากธุรกิจพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี อย่างไรก็ตาม ด้วยปัจจัยด้านฤดูกาลและการขายสินทรัพย์ในสหรัฐฯ ที่จะส่งผลให้กำไรปกติปี 2570 อ่อนตัวลง YoY นักลงทุนจึงควรใช้ความระมัดระวังในการเข้าลงทุน โดยเน้นกลยุทธ์การรอจังหวะที่เหมาะสมเมื่อราคาหุ้นปรับตัวลงมา เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากเงินปันผลและรอการเติบโตของโครงการใหม่ในอนาคต