Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa PTTGC บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

จับตาดีลยักษ์ PTTGC ผนึกกำลัง SCGC เสริมแกร่งธุรกิจปิโตรเคมี

ความคืบหน้าการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด รายงานความคืบหน้าการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) ระหว่าง PTTGC และ SCGC เพื่อยกระดับความเป็นผู้นำในธุรกิจปิโตรเคมีระดับภูมิภาค โดย PTTGC จะถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 56% และ SCGC ถือหุ้น 44% ทั้งสองบริษัทเตรียมเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติในวันที่ 3 ธ.ค. นี้ และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2570 โดยโครงการนี้จะรวมสินทรัพย์ธุรกิจ Olefins และ Polyolefins ในประเทศไทยเข้าด้วยกัน วิเคราะห์มุมมองการลงทุนและราคาเป้าหมาย บล.หยวนต้า คงคำแนะนำ TRADING โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 57.00 บาท ซึ่งประเมินมูลค่าด้วยวิธี PBV 1x (Premium +0.5 SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี) ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าความร่วมมือดังกล่าวเป็น ผลบวกระยะยาว เนื่องจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนผ่านการใช้ Synergy ร่วมกัน คาดการณ์มูลค่า Synergy Benefit จะส่งผลบวกต่อกำไรของ PTTGC เพิ่มขึ้นราว 12-16% และคิดเป็นมูลค่าส่วนเพิ่มต่อหุ้นประมาณ 5-7 บาทต่อหุ้น เมื่อรับรู้ผลประโยชน์เต็มที่ ข้อสังเกตด้านการดำเนินงานและผลประกอบการ ภายหลังการควบรวม คาดว่ากำลังผลิตรวมของ JV จะสูงถึง 14.3 ล้านตัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดหาวัตถุดิบและการบริหารจัดการ Supply Chain ได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ในปี 2567-2568 บริษัทเผชิญกับความท้าทายจากผลประกอบการที่ติดลบ โดยมี Core Profit อยู่ที่ -10,399 ล้านบาท และ -16,402 ล้านบาท ตามลำดับ ก่อนจะพลิกฟื้นในปี 2569 ที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 30,936 ล้านบาท และ Core EPS อยู่ที่ 8.17 บาท ทั้งนี้ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Net Gearing) มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจาก 83.7% ในปี 2567 เหลือ 29.0% ในปี 2570 สรุปภาพรวมการลงทุน การจัดตั้ง JV ครั้งนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรับมือกับความผันผวนและการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยการรวมจุดแข็งด้านต้นน้ำของ PTTGC และความเชี่ยวชาญด้านปลายน้ำของ SCGC จะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ชัดเจนขึ้น แม้ปัจจุบันสถานะการเงินจะอยู่ในช่วงฟื้นตัว แต่การมี Synergy ที่ชัดเจนจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดก่อนการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนจะเสร็จสมบูรณ์