2026-11-06T02:32:53+00:00 fin BCPG บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) BCPG กำไรสุทธิ Q3/2569 พุ่ง 91.5% YoY รับอานิสงส์โรงไฟฟ้าก๊าซฯ สหรัฐฯ และปัจจัยฤดูกาลหนุน ผลการดำเนินงานเติบโตโดดเด่นจากรายได้ค่าความพร้อมจ่ายที่ปรับตัวสูงขึ้น และการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการพลังงานลมใน สปป.ลาว บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 1,199.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 675.7% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกาที่รับรู้รายได้ค่าความพร้อมจ่าย (Capacity Revenue) ในอัตราใหม่ที่สูงขึ้น ประกอบกับปัจจัยฤดูกาลที่ส่งผลดีต่อโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำและพลังงานลมใน สปป.ลาว ทำให้ภาพรวมผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญคือการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าความพร้อมจ่าย (Capacity Revenue) จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา และการรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มไตรมาสของโครงการพลังงานลมใน สปป.ลาว ปัจจัยหลักที่ผลักดันกำไรคือการปรับเพิ่มอัตราค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ เป็น 329 เหรียญสหรัฐฯ/เมกะวัตต์-วัน (จากเดิม 270 เหรียญฯ) สำหรับรอบปี 2569/2570 ประกอบกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจากภาวะคลื่นความร้อน (Heat wave) ในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนของสหรัฐฯ นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานลม (Monsoon) ใน สปป.ลาว ยังสามารถรับรู้รายได้เต็มไตรมาสและได้รับอิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่นและมรสุม ช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่โครงการยังอยู่ระหว่างทยอยเปิดดำเนินการ กลไกการทำกำไรยังได้รับอานิสงส์จากการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินเชิงรุก (Proactive Debt Management) ที่ช่วยลดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยลงเหลือ 3.8% รวมถึงการไม่มีรายการด้อยค่าสินทรัพย์ก้อนใหญ่เหมือนปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สำหรับแนวโน้มในอนาคต ปัจจัยด้านค่าความพร้อมจ่ายในสหรัฐฯ มีความต่อเนื่องตามสัญญาที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการจากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำและลมใน สปป.ลาว จะมีความผันผวนตามฤดูกาล โดยคาดว่าในช่วงไตรมาส 4 จะเข้าสู่ฤดูแล้งซึ่งอาจส่งผลให้ปริมาณน้ำและกระแสลมปรับตัวลดลงตามธรรมชาติ แต่บริษัทฯ ได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาความพร้อมในการจ่ายไฟฟ้า Highlight สำคัญ กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ: อยู่ที่ 1,287.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.0% YoY และ 612.2% QoQ EBITDA จากการดำเนินงาน: ทำได้ 2,159.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.9% YoY และ 132.9% QoQ โรงไฟฟ้าก๊าซฯ สหรัฐฯ: เป็นตัวขับเคลื่อนหลักจาก Capacity Revenue ที่สูงขึ้นและภาวะคลื่นความร้อน ต้นทุนทางการเงิน: ลดลงเหลือ 195.1 ล้านบาท จากการปรับสัดส่วนแหล่งเงินกู้และชำระคืนหนี้ รายการพิเศษ: บันทึกขาดทุนจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ฟิลิปปินส์ 58.8 ล้านบาท ภาพรวมผลประกอบการ รายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1,116.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% YoY และ 38.5% QoQ โดยธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือมีผลการดำเนินงานที่มั่นคงจากการปรับราคาค่าบริการ ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามปริมาณน้ำในช่วงฤดูฝน โอกาส การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในสหรัฐฯ และความต้องการใช้ไฟฟ้าในตลาด PJM ที่ตึงตัวต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกต่อราคาพลังงานและค่าความพร้อมจ่ายในระยะยาว นอกจากนี้ การเปิดกว้างของนโยบายภาครัฐไทยในรูปแบบ Direct PPA และการขยายตลาดโซลาร์ภาคประชาชนยังเป็นโอกาสเติบโตใหม่ของกลุ่มบริษัทฯ ความเสี่ยง ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจรุนแรงขึ้นในช่วงปลายปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำและกระแสลม รวมถึงความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนแม้บริษัทฯ จะมีการบริหารจัดการด้วยอนุพันธ์ทางการเงินแล้วก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ผลกระทบจากฤดูกาลในไตรมาส 4 ต่อโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำและลม การบริหารจัดการปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเพื่อรองรับช่วงฤดูแล้ง ความคืบหน้าของโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวัน การเปลี่ยนแปลงของอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ในประเทศไทย สถานการณ์ความตึงตัวของตลาดไฟฟ้าในสหรัฐฯ (PJM) ที่ส่งผลต่อราคาขายไฟฟ้า รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) กำลังการผลิตที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์ ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1,475.8 เมกะวัตต์ โดยสัดส่วนหลัก 58% มาจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่มีความมั่นคงสูงผ่านสัญญา Capacity Revenue ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จำหน่ายเงินลงทุนในโครงการ Hamilton แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ซึ่งจะส่งผลต่อกำลังการผลิตในไตรมาส 4 ฐานะการเงินและกระแสเงินสด บริษัทฯ มีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,216.1 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 3.6 เท่า สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดและความสามารถในการชำระหนี้ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สรุปท้าย BCPG โชว์ฟอร์มโดดเด่นในไตรมาส 3/2569 ด้วยกำไรที่เติบโตแบบก้าวกระโดดจากปัจจัยบวกทั้งด้านราคา (Capacity Revenue) และปริมาณ (ปัจจัยฤดูกาล) แม้จะมีรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์ในฟิลิปปินส์ แต่ความสามารถในการทำกำไรหลักยังคงแข็งแกร่ง นักลงทุนควรติดตามผลกระทบจากฤดูกาลในไตรมาสสุดท้ายและการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์พลังงานโลกที่ผันผวน