2026-11-06T02:32:53+00:00 fin TITLE บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) TITLE โชว์รายได้พุ่ง 1,664 ล้านบาท หนุนกำไร Q3/2569 แตะ 302.65 ล้านบาท รับอานิสงส์การโอนกรรมสิทธิ์โครงการ The Title Heritage Bang-tao ต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตโครงการใหม่รองรับดีมานด์ บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2569 โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 1,664.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 302.65 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมในภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และการตอบรับที่ดีในตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อน Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2569 คือการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ "The Title Heritage Bang-tao" ซึ่งเป็นโครงการหลักที่สร้างเสร็จและเริ่มทยอยส่งมอบให้ลูกค้าตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 33.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุที่ทำให้กำไรอยู่ในระดับสูงเกิดจากกลยุทธ์การพัฒนาโครงการประเภท Leisure Condominium ในทำเลศักยภาพของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งนี้ แม้รายได้จะเติบโตขึ้น แต่บริษัทมีต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์และค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ โดยเฉพาะค่านายหน้า ภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าธรรมเนียมการโอน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายสำหรับโครงการใหม่ๆ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา สำหรับความต่อเนื่องของผลประกอบการในอนาคต มีโอกาสต่อเนื่องจาก Backlog และโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาจำนวนมาก โดยบริษัทมีโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมโอนและอยู่ระหว่างพัฒนาและขายรวมกว่า 17 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 51,693 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงโครงการใหม่ๆ เช่น The Modeva Bang-Tao และโครงการวิลล่าหรู ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องตามแผนการก่อสร้างและการโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสถัดไป Highlight สำคัญ รายได้รวม: ไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1,689.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.20% YoY กำไรสุทธิ: อยู่ที่ 302.65 ล้านบาท แม้จะลดลงเล็กน้อย 0.86% YoY แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงจากการรับรู้รายได้โครงการหลัก ต้นทุนขาย: เพิ่มขึ้น 43.76% สอดคล้องกับปริมาณการโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขาย: เพิ่มขึ้น 42.55% จากค่าใช้จ่ายผันแปรตามยอดโอนและกิจกรรมการตลาด สินทรัพย์รวม: ขยายตัวขึ้น 38.62% จากสิ้นปี 2568 มาอยู่ที่ 23,323.94 ล้านบาท จากการลงทุนในที่ดินและต้นทุนพัฒนาโครงการใหม่ ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3/2569 บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน 412.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.87% YoY โดยรายได้หลักยังคงมาจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ถึง 98.50% ของรายได้รวม ทั้งนี้บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างรัดกุมแม้จะมีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการพัฒนาโครงการ โอกาส การขยายพอร์ตโครงการที่หลากหลาย ทั้งคอนโดมิเนียมและ Luxury Villa ในหลายทำเลทองของภูเก็ต การขยายธุรกิจสู่ Property Management และ Hospitality เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) และเพิ่มมูลค่าให้โครงการ ความต้องการอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ความเสี่ยง ต้นทุนการก่อสร้างที่อาจผันผวนตามราคาวัสดุและค่าแรง ภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ (หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 42.19% จากสิ้นปี 2568) ความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้หลักจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมเป็นสำคัญ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา (เช่น The Modeva Bang-Tao, Adora Rawai) ยอดโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการใหม่ที่จะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2569 (เช่น The Title Cielo Rawai) การบริหารจัดการกระแสเงินสดและภาระหนี้สินจากสถาบันการเงิน การเติบโตของรายได้จากธุรกิจบริการ (Property Management) เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการขายเพียงอย่างเดียว รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) บริษัทเน้นการพัฒนาโครงการในทำเลหาดบางเทา, ในยาง, ราไวย์, เชิงทะเล และกมลา โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างขายและพัฒนาจำนวนมาก มูลค่ารวมกว่า 51,693 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงศักยภาพการเติบโตของรายได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของหนี้สินรวมที่ 20,955.50 ล้านบาท สะท้อนถึงการเร่งลงทุนในที่ดินและต้นทุนก่อสร้างเพื่อรองรับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในอนาคต ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ 30 กันยายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 23,323.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.62% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ส่วนหนี้สินรวมอยู่ที่ 20,955.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.19% จากเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าและเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 13.45% มาอยู่ที่ 2,368.44 ล้านบาท ตามผลกำไรสะสม สรุปท้าย ผลประกอบการของ TITLE ในไตรมาส 3/2569 สะท้อนถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการหลัก แม้จะมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ แต่ด้วยพอร์ตโครงการที่ครอบคลุมและทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพสูงในภูเก็ต ทำให้บริษัทมีแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามการบริหารจัดการหนี้สินและการรักษาระดับมาร์จินท่ามกลางการแข่งขันและการลงทุนในโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง