# NTF กำไร Q3/2569 พุ่ง 213% รับอานิสงส์ส่งออกทุเรียนพรีเมียมโตแรง — สรุป MD&A

- Published: 2026-11-06T02:32:49+00:00
- Publisher: aioMax
- Content-Type (social_source): fin
- Authorship: aioMax original (not external media scrape)
- Symbol: NTF
- Company: บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
- Symbol hub: https://digg.panphol.com/s/NTF
- Symbol hub (Markdown): https://digg.panphol.com/s/NTF.md
- Category hub: https://digg.panphol.com/source/fin
- Category hub (Markdown): https://digg.panphol.com/source/fin.md
- Topics index: https://digg.panphol.com/topics
- Canonical (prefer cite this): https://digg.panphol.com/n/419184
- Markdown (Express Lane): https://digg.panphol.com/n/419184.md
- Full reader (aioMax product): https://aiomax.panphol.com/news?newsid=419184&slug=ntf-q32569-213-mda&utm_source=digg&utm_medium=related&utm_campaign=cite&utm_content=419184
- Internal-link: https://aio.panphol.com/blog/26803

## How to cite

- Preferred citation URL: https://digg.panphol.com/n/419184 (or Markdown https://digg.panphol.com/n/419184.md)
- Publisher: aioMax (https://aiomax.panphol.com/)
- Site: Digg · aioMax Original News (https://digg.panphol.com/)
- Human / product reader (not the canonical cite target): https://aiomax.panphol.com/news?newsid=419184&slug=ntf-q32569-213-mda&utm_source=digg&utm_medium=related&utm_campaign=cite&utm_content=419184
- This page is aioMax-authored original news published on Digg for bots, SEO, and AI agents. Prefer Digg URLs when citing.

## Summary

รายได้จากการขายโตกระโดด 91% หนุนกำไรสุทธิทำนิวไฮ พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานในจีนเต็มสูบ บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ NTF รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิ 116.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 213.62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 853.16 ล้านบาท เติบโต 91.44% จากปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานผลไม้พรีเมียมที่มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความต้องการในตลาดจีนที่ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อ

## Content

รายได้จากการขายโตกระโดด 91% หนุนกำไรสุทธิทำนิวไฮ พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานในจีนเต็มสูบ บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ NTF รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิ 116.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 213.62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 853.16 ล้านบาท เติบโต 91.44% จากปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานผลไม้พรีเมียมที่มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความต้องการในตลาดจีนที่ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในรอบนี้ คือ &quot;ความสามารถในการขยายปริมาณส่งออกทุเรียนพรีเมียม&quot; ควบคู่ไปกับการ &quot;ยกระดับอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)&quot; ให้สูงขึ้นถึง 25.11% จากเดิม 21.21% ในปีก่อนหน้า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: การเติบโตเกิดจากกลยุทธ์ Asset-Light Platform ที่ยืดหยุ่น ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานในช่วงรอยต่อของฤดูกาลผลผลิตได้ดี โดยการจัดหาทุเรียนจากเวียดนามส่งตรงไปจีนเพื่อทดแทนผลผลิตในประเทศที่ลดลงในช่วงรอยต่อฤดูกาล ประกอบกับปัจจัยบวก 4 ด้านที่ฝ่ายจัดการระบุ ได้แก่: การรักษามาตรฐานคุณภาพผลไม้พรีเมียมที่เข้มงวด ทำให้ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพในการคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีขึ้น ระบบการกำหนดราคาขายที่เน้นอัตรากำไรขั้นต้นขั้นต่ำ กลยุทธ์การเน้นขายสินค้ากลุ่มทุเรียนพรีเมียมสด ซึ่งมีมาร์จินสูงกว่าสินค้าทั่วไป จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทมีการขยายการลงทุนในบริษัทร่วมด้านห่วงโซ่อุปทานในจีน (ShenZhen Goldurian Love Supply Chain &amp; Technology Co., Ltd.) เพื่อเพิ่มช่องทางกระจายสินค้าและเข้าถึงตลาดปลายทางได้โดยตรง นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนบริหารจัดการความเสี่ยงด้านกฎระเบียบการนำเข้าของจีนอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเรื่องความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและข้อกำหนดด้านสารตกค้างที่เข้มงวดของประเทศคู่ค้ายังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป Highlight สำคัญ รายได้รวม 9M69: อยู่ที่ 3,509.12 ล้านบาท (+66.57% YoY) กำไรสุทธิ 9M69: อยู่ที่ 392.48 ล้านบาท (+93.54% YoY) ปริมาณส่งออก: งวด 9M69 รวม 22,073 ตัน (+58.30% YoY) อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): งวด 3M69 ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 25.11% (จาก 21.21% ใน 3M68) สถานะการเงิน: อัตราส่วน D/E อยู่ที่ 0.84 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าเงื่อนไขหุ้นกู้ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 2.50 เท่า ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการเติบโตโดดเด่นทั้งในงวด 3 เดือนและ 9 เดือน โดยรายได้หลักกว่า 92.96% มาจากการส่งออกทุเรียนพรีเมียมสด การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทำได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นจาก 8.30% เป็น 13.60% ในไตรมาส 3/2569 โอกาส การขยายเครือข่ายโลจิสติกส์และช่องทางจำหน่ายในจีนผ่านบริษัทร่วม ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน การปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจสีเขียว (ใช้รถ EV/Hybrid) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ในระยะยาว ความต้องการผลไม้ไทยในตลาดจีนยังคงเป็นตลาดหลักที่มีศักยภาพเติบโตสูง ความเสี่ยง กฎระเบียบการนำเข้า: ความเข้มงวดเรื่องสารตกค้าง (เช่น BY2, แคดเมียม) อาจส่งผลต่อการตรวจปล่อยสินค้า อัตราแลกเปลี่ยน: รายได้เป็นสกุลเงินหยวนและดอลลาร์สหรัฐ แต่ต้นทุนเป็นเงินบาท หากเงินบาทแข็งค่าอาจกระทบมาร์จิน ฤดูกาล: ธุรกิจได้รับอิทธิพลจากฤดูกาลผลผลิตโดยตรง สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดการนำเข้าผลไม้ของประเทศจีน ความผันผวนของค่าเงินบาทเทียบกับหยวนและดอลลาร์สหรัฐ ประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัทร่วมที่เพิ่งเข้าไปลงทุนในจีน การรักษาระดับคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) บริษัทใช้โมเดล Asset-Light Platform ในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ทำให้มีความคล่องตัวสูงในการจัดหาผลไม้จากแหล่งผลิตที่หลากหลาย (ไทย-เวียดนาม) เพื่อลดความเสี่ยงจากฤดูกาลผลิต ต้นทุนขายส่วนใหญ่ (99%) เป็นต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งบริษัทสามารถบริหารจัดการได้ดีผ่านการคัดกรองคุณภาพและการกำหนดราคาขายที่เป็นระบบ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 115.81% จากสิ้นปี 2568 หลักๆ มาจากลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เติบโต บริษัทมีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 353.03 ล้านบาท จากการให้เครดิตการค้าและการจ่ายภาษี แต่มีกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน 319.87 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้เพื่อรองรับเงินทุนหมุนเวียน สรุปท้าย NTF แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งจากการขยายตัวของปริมาณส่งออกและประสิทธิภาพการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานจากการขยายธุรกิจ แต่ฐานะทางการเงินยังคงมั่นคงด้วยอัตราส่วน D/E ที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาก การมุ่งเน้นตลาดจีนและระบบห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นจะเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะถัดไป โดยมีประเด็นเรื่องกฎระเบียบการนำเข้าและอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง

---
Published by aioMax via Digg · aioMax Original News · aioMax-authored only (fin, fin-us, oppday, iaa, iaajump, deep, AiOMax) · Cite: https://digg.panphol.com/n/419184 · Reader: https://aiomax.panphol.com/
