Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin UPOIC บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)

UPOIC เผยกำไร Q3/2569 หดตัว 97% จากผลผลิตปาล์มสดลดลงและต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง

รายได้รวมลดลง 26.8% YoY กดดันด้วยปริมาณขายที่ปรับตัวลงตามภาวะผลผลิตปาล์มสดทั้งประเทศที่ขาดแคลน บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ UPOIC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 โดยมีรายได้รวม 390.3 ล้านบาท ลดลง 142.6 ล้านบาท หรือคิดเป็น 26.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิเพียง 1.9 ล้านบาท ลดลงถึง 62.1 ล้านบาท หรือ 97.0% จากปีก่อนหน้า โดยปัจจัยหลักมาจากปริมาณผลผลิตปาล์มสดในตลาดที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการผลิตและต้นทุนวัตถุดิบของบริษัท Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจรอบนี้คือ "ภาวะขาดแคลนผลผลิตปาล์มสด" ซึ่งส่งผลกระทบแบบโดมิโนต่อทั้งรายได้และต้นทุนการผลิตของบริษัท โดยในไตรมาส 3/2569 ปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบลดลงถึง 44.3% และน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบลดลง 28.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: ด้านรายได้: ปริมาณผลผลิตปาล์มสดทั้งประเทศที่ลดลง ทำให้บริษัทมีสินค้าจำหน่ายน้อยลงอย่างมาก ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลงถึง 26.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 ด้านต้นทุน: เมื่อวัตถุดิบในตลาดมีจำกัด ส่งผลให้ราคาผลปาล์มสดเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นถึง 34.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้ต้นทุนขายต่อรายได้พุ่งสูงขึ้นจาก 81.7% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 88.3% ในไตรมาสนี้ รายการทางบัญชี: บริษัทได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากการบันทึกขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพสูงถึง 44.5 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุน 7.3 ล้านบาทในปีก่อน) ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 41 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: สถานการณ์นี้มีลักษณะเป็น "ปัจจัยเชิงฤดูกาลและสภาวะตลาดเกษตร" ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิตปาล์มสดในภาพรวมของประเทศเป็นหลัก จากข้อมูลในเอกสารยังไม่ระบุถึงการฟื้นตัวของปริมาณผลผลิตในระยะสั้น ดังนั้นจึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าปริมาณผลผลิตในไตรมาสถัดไปจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติหรือไม่ Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: อยู่ที่ 1.9 ล้านบาท ลดลง 62.1 ล้านบาท (-97.0% YoY) รายได้รวม: 390.3 ล้านบาท ลดลง 142.6 ล้านบาท (-26.8% YoY) ปริมาณขาย: น้ำมันปาล์มดิบลดลง 44.3% และน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบลดลง 28.3% ต้นทุนวัตถุดิบ: ราคาผลปาล์มสดเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 34.9% รายการพิเศษ: บันทึกขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ชีวภาพ 44.5 ล้านบาท ปัจจัยบวกชดเชย: รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 12.9 ล้านบาท ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ถือเป็นช่วงที่ท้าทายอย่างมากสำหรับ UPOIC เนื่องจากรายได้และกำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจากปัจจัยด้านปริมาณผลผลิตที่ลดลงทั่วประเทศ แม้บริษัทจะพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายให้ลดลงตามปริมาณการขาย แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นและผลขาดทุนทางบัญชีจากสินทรัพย์ชีวภาพได้ โอกาส การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้น 12.9 ล้านบาท สะท้อนถึงการกระจายความเสี่ยงและแหล่งรายได้อื่นที่ยังคงเติบโตได้ดีในภาวะที่ธุรกิจหลักได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ความเสี่ยง ความผันผวนของผลผลิตปาล์มสด: เป็นความเสี่ยงหลักที่ควบคุมไม่ได้และส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และต้นทุน ต้นทุนพลังงาน: ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่งต่อหน่วย แม้ปริมาณการขายรวมจะลดลงก็ตาม มาตรฐานการบัญชี: การวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพ (TAS 41) อาจทำให้กำไรสุทธิมีความผันผวนตามราคาตลาดของผลปาล์มสด สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ปริมาณผลผลิตปาล์มสดในตลาดที่จะออกสู่ระบบในไตรมาสถัดไป แนวโน้มราคาผลปาล์มสดในตลาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องหรือไม่ ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมค้าว่าจะสามารถรักษาการเติบโตเพื่อช่วยพยุงกำไรสุทธิได้ต่อเนื่องหรือไม่ การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตในภาวะที่วัตถุดิบมีจำกัด รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) ธุรกิจของ UPOIC ในไตรมาสนี้ได้รับผลกระทบจาก "Supply Shock" ของผลปาล์มสดอย่างชัดเจน โดย GPM (กำไรขั้นต้น) ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการที่ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาขายสินค้าสำเร็จรูป นอกจากนี้ การที่บริษัทต้องบันทึกขาดทุนจากสินทรัพย์ชีวภาพตามมาตรฐานบัญชีสะท้อนให้เห็นว่าราคาตลาดของผลปาล์มสดในขณะนั้นมีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อมูลค่าทางบัญชีของสวนปาล์มของบริษัทโดยตรง สรุปท้าย ไตรมาส 3/2569 ของ UPOIC สะท้อนถึงความเปราะบางของธุรกิจต่อปริมาณผลผลิตปาล์มสดในประเทศที่ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงเหลือเพียง 1.9 ล้านบาท แม้จะมีส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าเข้ามาช่วยพยุง แต่ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นและผลขาดทุนทางบัญชีจากสินทรัพย์ชีวภาพยังคงเป็นแรงกดดันหลักที่นักลงทุนต้องจับตาดูทิศทางของผลผลิตในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด