2026-11-06T02:32:39+00:00 fin GPSC บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) GPSC กำไรสุทธิ Q3/2569 แตะ 1,592 ล้านบาท ลดลง 12% QoQ กดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงและปัจจัยฤดูกาล ผลประกอบการปรับตัวตามต้นทุนพลังงานและแผนการผลิต ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งเครื่องกลยุทธ์ 4S รับโอกาสธุรกิจ Data Center และพลังงานสะอาด บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 ปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 1,592 ล้านบาท ลดลง 12% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) สาเหตุหลักมาจากกำไรขั้นต้นที่ปรับตัวลดลงตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงปัจจัยด้านฤดูกาลที่ส่งผลต่อปริมาณการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าบางแห่ง โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดเพื่อรองรับความต้องการในอนาคต Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ "แรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น" และ "การปรับลดปริมาณการผลิตตามแผนบริหารจัดการ" ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) และโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่ง: ราคา Pool Gas เฉลี่ยในไตรมาส 3/2569 ปรับตัวสูงขึ้นถึง 11% จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 384 บาทต่อล้านบีทียู จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่กระทบต่ออุปทาน LNG โลก ขณะที่ราคาถ่านหินยังทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของกลุ่ม SPP เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าการปรับเพิ่มขึ้นของค่า Ft ปัจจัยด้านปริมาณและฤดูกาล: โรงไฟฟ้า IPP มีกำไรลดลงจากการที่โรงไฟฟ้าห้วยเหาะลดการส่งไฟฟ้าตามแผนบริหารจัดการน้ำ และโรงไฟฟ้าโกลว์ไอพีพีมีรายได้ลดลงตามการเรียกรับไฟฟ้าจาก กฟผ. นอกจากนี้ การจำหน่ายหุ้นในบริษัท Sheng Yang Energy (SYE) ในไต้หวัน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลดลงตามสัดส่วนการถือหุ้นที่หายไป จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: ปัจจัยด้านต้นทุนเชื้อเพลิง "มีโอกาสต่อเนื่อง" ในระยะสั้น เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งส่งผลต่อราคา Spot LNG ในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอและเตรียมความพร้อมผ่านกลยุทธ์ 4S เพื่อลดความเสี่ยง โดยคาดหวังว่าการขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและการให้บริการแก่กลุ่ม Data Center จะเป็นปัจจัยบวกในระยะยาวที่ช่วยสร้างเสถียรภาพของรายได้และผลตอบแทนให้เหมาะสมกับต้นทุนที่แท้จริง Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 1,592 ล้านบาท ลดลง 12% QoQ และ 9% YoY กำไรขั้นต้น: 5,093 ล้านบาท ลดลง 12% QoQ จากต้นทุนก๊าซและถ่านหินที่เพิ่มขึ้น รายการพิเศษ: รับรู้กำไรจากการขายหุ้น 90% ใน SYE จำนวน 257 ล้านบาท (หลังหักภาษี 222 ล้านบาท) ฐานะการเงิน: อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net D/E) อยู่ที่ 0.69 เท่า สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงิน ทิศทางอนาคต: มุ่งเน้นการลงทุนในโครงการ Data Center และการขยายธุรกิจพลังงานสะอาดผ่านระบบ TPA และ Direct PPA ภาพรวมผลประกอบการ รายได้จากการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 21,972 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% QoQ แต่กำไรสุทธิกลับลดลงเนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นถึง 6% QoQ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 23% จาก 27% ในไตรมาสก่อนหน้า โอกาส Data Center: การขยายตัวของธุรกิจศูนย์ข้อมูลในไทยเป็นโอกาสสำคัญในการจำหน่ายไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและพลังงานสะอาด Direct PPA: การเปิดใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (TPA) ช่วยให้บริษัทฯ สามารถขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรมที่ต้องการพลังงานสะอาดได้มากขึ้น แผน PDP 2026: การพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ของประเทศเป็นโอกาสในการขยายการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาพลังงาน: ราคาก๊าซธรรมชาติและ LNG ที่ยังคงสูงและผันผวนตามสถานการณ์โลก ภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานและค่าระวางเรือ กฎระเบียบ: การปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าและหลักเกณฑ์การซื้อขายไฟฟ้าที่อาจส่งผลต่อผลตอบแทนในอนาคต สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อราคา LNG ความคืบหน้าของร่างแผน PDP 2026 และการประกาศใช้กฎระเบียบสำหรับ Data Center ความคืบหน้าโครงการ ERU ซึ่งคาดว่าจะส่งมอบได้ในไตรมาส 2/2572 การปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าของ กกพ. ที่อาจส่งผลต่อราคาขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) บริษัทฯ ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในโรงไฟฟ้า SPP และ IPP แม้ปริมาณการขายไอน้ำจะเพิ่มขึ้น 8% ในงวด 9 เดือนแรก แต่การหมดอายุของสัญญาซื้อขายไฟฟ้าบางโครงการ (GSPP3 และ GSPP11) ทำให้ปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ชดเชยด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการถ่านหินอย่างมีประสิทธิภาพ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 256,683 ล้านบาท และหนี้สินรวม 138,673 ล้านบาท โดยมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานที่แข็งแกร่งถึง 12,293 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและการจ่ายเงินปันผลตามแผน สรุปท้าย ผลประกอบการของ GPSC ในไตรมาส 3/2569 สะท้อนถึงความท้าทายจากต้นทุนพลังงานโลกที่อยู่ในระดับสูง แม้จะมีรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้ามาช่วยพยุง แต่กำไรจากการดำเนินงานปกติยังคงถูกกดดัน อย่างไรก็ตาม ด้วยกลยุทธ์ 4S และการปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจพลังงานสะอาดและ Data Center ทำให้บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสเติบโตในระยะยาวหากสามารถบริหารจัดการต้นทุนและคว้าโอกาสจากการเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าได้ตามแผนที่วางไว้