Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin ASW บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)

ASW เผยผลงาน Q3/2569 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 287.53 ล้านบาท รับอานิสงส์รายได้โอนโครงการคอนโดมิเนียมหนุน

รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เติบโตต่อเนื่อง พร้อมรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,743.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการร่วมทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ที่ 287.53 ล้านบาท แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจก็ตาม Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาสนี้ คือ การเติบโตของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียม และ การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ซึ่งเป็นกลไกหลักที่ช่วยประคองฐานรายได้และกำไรของบริษัทให้ยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: รายได้จากการโอน: บริษัทสามารถโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมได้ 2,425.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยมีโครงการหลักที่แล้วเสร็จและเริ่มโอน เช่น Kave Luminious, The Title Serenity Naiyang และ The Title Heritage Bangtao ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า: บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสูงถึง 69.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 21.77 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากโครงการที่อยู่ในช่วงการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น Modiz Vault Kaset-Sripatum และ Kave Genesis Nakhon Pathom แรงกดดันด้านต้นทุน: กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ปรับลดลงเล็กน้อย 0.67% YoY เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 19.22% จากค่านายหน้ากลุ่ม TITLE ที่มีอัตราสูง และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจและบริการหลังการขาย จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: จากข้อมูลในเอกสาร มีโอกาสต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและเตรียมโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม TITLE ที่มีการทำสัญญาและรับเงินมัดจำล่วงหน้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (เพิ่มขึ้น 4,169.51 ล้านบาทจากสิ้นปี 2568) อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการทำกำไรในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการต้นทุนก่อสร้างและประสิทธิภาพในการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการใหม่ๆ ที่จะทยอยเสร็จสิ้นในไตรมาสถัดไป Highlight สำคัญ รายได้รวม: 2,743.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.27% YoY กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่: 287.53 ล้านบาท (ลดลงเล็กน้อย 0.67% YoY) อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): อยู่ที่ 42.94% ซึ่งยังคงรักษาระดับได้ใกล้เคียงกับปีก่อน (43.03%) รายได้ค่าเช่าและบริการ: เติบโตโดดเด่น 43.38% จากการบริหารจัดการโครงการร่วมค้า หนี้สินรวม: เพิ่มขึ้น 24.01% จากสิ้นปี 2568 หลักๆ มาจากเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าและการกู้ยืมเพื่อขยายโครงการ ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 378.87 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 13.43% โดยภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่รวม 1,080.00 ล้านบาท เติบโตแข็งแกร่งถึง 56.67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการขยายตัวของพอร์ตโฟลิโอโครงการที่เริ่มรับรู้รายได้ โอกาส การขยายตัวของกลุ่ม TITLE ที่ได้รับการตอบรับดี เห็นได้จากยอดเงินมัดจำและเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าที่เพิ่มขึ้นสูง การบริหารจัดการต้นทุนค่าก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพ ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงกว่า 42% ได้อย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้และการขยายธุรกิจ ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรสุทธิหากไม่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนกลางได้ ความผันผวนของโครงสร้างต้นทุนในแต่ละโครงการที่แตกต่างกันตามแบรนด์และทำเล สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในไตรมาส 4/2569 การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขาย (ค่านายหน้า) สำหรับโครงการในกลุ่ม TITLE แนวโน้มส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าในโครงการที่จะทยอยโอนต่อเนื่อง การบริหารสภาพคล่องและหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากการขยายโครงการ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) บริษัทเน้นการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเป็นหลัก (สัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่) โดยในไตรมาส 3/2569 มียอดโอนคอนโดมิเนียม 2,425.11 ล้านบาท จากจำนวน 644 ยูนิต แม้จำนวนยูนิตจะลดลงจากปีก่อน แต่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ดีผ่านการบริหารต้นทุนที่ดินและค่าก่อสร้าง สำหรับโครงการแนวราบมียอดโอน 185.56 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนรอง ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 48,139.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.86% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 37,580.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมและเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 10,559.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.09% จากกำไรสะสมระหว่างงวด สรุปท้าย ASW แสดงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ด้วยกำไรสุทธิที่โตกว่า 56% YoY แม้ในไตรมาส 3/2569 จะมีแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ แต่ด้วยกลยุทธ์การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ตลาดและรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ทำให้บริษัทมีแนวโน้มการเติบโตที่มั่นคง โดยต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการโอนในไตรมาสสุดท้ายของปีเป็นสำคัญ