Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin NER บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน)

NER กำไรสุทธิ Q3/2569 พุ่ง 56.68% YoY รับอานิสงส์รายได้ขายในประเทศโตแกร่ง

รายได้รวมแตะ 8,124 ล้านบาท แม้ปริมาณขายลดลงเล็กน้อย แต่บริหารจัดการต้นทุนและดอกเบี้ยจ่ายได้ดีเยี่ยม บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิ 511.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีรายได้จากการขายรวม 8,109.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.54% แม้ปริมาณขายจะลดลง 2.84% เหลือ 109,251 ตัน แต่บริษัทสามารถสร้างรายได้จากการขายในประเทศที่เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 28.78% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้ผลประกอบการโดยรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจรอบนี้คือ "การเติบโตของรายได้ในประเทศที่ชดเชยปริมาณขายที่ลดลง" ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ หัวใจคืออะไร: ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 185.10 ล้านบาท (YoY) มาจากการขยายตัวของรายได้ในประเทศที่เพิ่มขึ้นถึง 1,447.27 ล้านบาท ซึ่งหักล้างการลดลงของรายได้ต่างประเทศและปริมาณขายรวมที่ลดลงเล็กน้อยได้สำเร็จ นอกจากนี้ การลดลงของต้นทุนทางการเงินจากการไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด ยังช่วยเพิ่มบรรทัดสุดท้ายของกำไรให้แข็งแกร่งขึ้น ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: กลไกรายได้: แม้ปริมาณขายรวมจะลดลง 3,188 ตัน แต่ราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ตลาดช่วยหนุนรายได้รวมให้เติบโต 20.54% โดยเฉพาะตลาดในประเทศที่กลายเป็นฐานรายได้หลัก (สัดส่วน 79.87%) การบริหารต้นทุน: บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนขายได้ดีแม้เผชิญความผันผวนของราคาวัตถุดิบจากภัยแล้ง (เอลนีโญ) โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 39.55% เมื่อเทียบกับปีก่อน รายการทางการเงิน: ต้นทุนทางการเงินลดลง 5.39% จากการไถ่ถอนหุ้นกู้ NER299A ก่อนครบกำหนดในเดือนมีนาคม 2569 ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายอย่างเป็นรูปธรรม จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่องในแง่การบริหารจัดการ แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก จากที่ระบุในเอกสาร บริษัทมีการวางแผนบริหารภาษีผ่านโครงการ BOI-CSR และการลดต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบจากสภาพภูมิอากาศ (เอลนีโญ) และอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิด ซึ่งบริษัทได้ใช้เครื่องมือทางการเงิน (ตราสารอนุพันธ์) เข้ามาช่วยลดความเสี่ยงแล้ว Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 511.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.68% YoY รายได้จากการขาย: 8,109.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.54% YoY รายได้ในประเทศ: เติบโตแข็งแกร่ง 28.78% คิดเป็นสัดส่วน 79.87% ของรายได้รวม ต้นทุนทางการเงิน: ลดลง 5.39% จากการไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด อัตรากำไรสุทธิ: อยู่ที่ 6.30% ปรับตัวดีขึ้นจาก 4.86% ในไตรมาส 3/2568 ภาพรวมผลประกอบการ ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 2569 มีรายได้รวม 22,468.74 ล้านบาท ลดลง 2.40% YoY และกำไรสุทธิ 1,202.41 ล้านบาท ลดลง 19.27% YoY โดยสาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบยางพาราที่พุ่งสูงขึ้นจากภัยแล้ง อย่างไรก็ตาม ไตรมาส 3/2569 ถือเป็นไตรมาสที่บริษัทแสดงศักยภาพในการฟื้นตัวและบริหารจัดการต้นทุนได้ดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก โอกาส การขยายฐานลูกค้าในประเทศที่ยังคงแข็งแกร่ง การบริหารจัดการต้นทุนผ่านโครงการ BOI-CSR และการลดต้นทุนทางการเงิน การใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Mark-to-Market) เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยางพาราจากสภาพภูมิอากาศ (เอลนีโญ) ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจส่งผลต่อกำไร/ขาดทุนทางบัญชี การสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษีในบางโครงการ BOI ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างยื่นคำขออนุมัติใหม่ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าการอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ใหม่ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษี แนวโน้มราคาวัตถุดิบยางพาราในตลาดโลก การบริหารจัดการสต็อกยางพาราให้เพียงพอต่อคำสั่งซื้อ การจัดการหนี้สินและหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในอนาคต รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) บริษัทเน้นการผลิตยางแท่งและยางผสม โดยในไตรมาส 3/2569 มีการปรับสัดส่วนการขายโดยเน้นตลาดในประเทศมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากต่างประเทศ ต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลืองยังคงเป็นต้นทุนหลัก (87.99% ของรายได้) การที่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ที่ 10.33% ในไตรมาสนี้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการส่งผ่านราคาไปยังลูกค้าได้ดี ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ 30 กันยายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 21,808.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.02% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 11.40% จากการจัดประเภทหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนเป็นหนี้สินหมุนเวียน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 6.49% จากกำไรสะสม แม้จะมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว สรุปท้าย NER ในไตรมาส 3/2569 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่โดดเด่นผ่านการบริหารรายได้ในประเทศและการลดต้นทุนทางการเงิน แม้ภาพรวม 9 เดือนจะยังได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวน แต่การฟื้นตัวในไตรมาสนี้เป็นสัญญาณบวกสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามการบริหารจัดการต้นทุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีในระยะถัดไป