2026-11-06T02:32:25+00:00 fin SAFE บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) SAFE กำไร Q3/2569 หดตัวจากรายได้ลดลงและค่าใช้จ่ายพุ่ง — สรุป MD&A รายได้หลักจากบริการรักษาผู้มีบุตรยากชะลอตัว พร้อมรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์บริษัทย่อย บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 168.46 ล้านบาท ลดลง 5.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 2.62% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ปรับตัวลดลงเหลือ 20.91 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 12.25% ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากระดับ 19.07% ในไตรมาส 3/2568 โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากรายได้ธุรกิจรักษาผู้มีบุตรยากที่ลดลงและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหาร Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2569 ปรับตัวลดลง คือ "การลดลงของรายได้จากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก (SAFE)" ซึ่งเป็นรายได้หลักของกลุ่มบริษัท ประกอบกับ "การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหาร" และการรับรู้รายการพิเศษคือ "ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ในบริษัทย่อย (SWC) จำนวน 4.64 ล้านบาท" 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น รายได้ลดลง: รายได้จากการรักษาผู้มีบุตรยากลดลง 10.30% YoY มาอยู่ที่ 123.26 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการทำโปรโมชั่นลดราคาแพ็คเกจสำหรับลูกค้าต่างชาติในช่วงครึ่งปีหลัง และจำนวนรอบการย้ายตัวอ่อน (FET) ที่ลดลงในไตรมาสนี้ ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่ม: ต้นทุนขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น 4.94% YoY จากต้นทุนน้ำยาแล็บและค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่สูงขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นถึง 12.26% YoY รายการพิเศษ: บริษัทมีการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ของบริษัท เซฟ เวลเนส จำกัด (SWC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจด้านความงามและเวลเนส เนื่องจากผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยบริษัทได้มีมติอนุมัติให้เลิกกิจการและชำระบัญชี SWC แล้ว 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตาม: แม้รายได้จากการรักษาผู้มีบุตรยากจะลดลงในไตรมาสนี้ แต่บริษัทระบุว่าจำนวนรอบการเก็บไข่ (OPU Cycles) ในไตรมาส 3/2569 เพิ่มขึ้น 7.83% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อรายได้จากการย้ายตัวอ่อนและการตรวจพันธุกรรมในอนาคต อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยท้าทายที่อาจกดดันการตัดสินใจใช้บริการที่มีมูลค่าสูงของผู้บริโภคต่อไป Highlight สำคัญ รายได้รวม: 168.46 ล้านบาท (-5.48% YoY, -2.62% QoQ) กำไรสุทธิ: 20.91 ล้านบาท (-40.05% YoY, -28.89% QoQ) อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ลดลงเหลือ 49.95% จาก 54.92% ในไตรมาส 3/2568 ธุรกิจตรวจพันธุกรรม (NGG): เป็นจุดเด่นที่เติบโตสวนทาง โดยรายได้เพิ่มขึ้น 18.59% YoY จากความต้องการตรวจที่เพิ่มขึ้นและการเข้าร่วมโครงการกับ สปสช. การเลิกกิจการบริษัทย่อย: บริษัทตัดสินใจเลิกกิจการ SWC เพื่อหยุดผลกระทบจากผลการดำเนินงานที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ภาพรวมผลประกอบการ ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 515.55 ล้านบาท ลดลง 2.27% YoY และมีกำไรสุทธิ 84.26 ล้านบาท ลดลง 16.56% YoY สะท้อนถึงภาวะชะลอตัวของรายได้หลักและการบริหารต้นทุนที่ทำได้ยากขึ้นในภาวะการแข่งขันสูง โอกาส Medical Hub: ประเทศไทยยังคงมีศักยภาพสูงในการดึงดูดลูกค้าต่างชาติด้วยมาตรฐานการรักษาและต้นทุนที่แข่งขันได้ เทคโนโลยี PGT: การนำเทคโนโลยีตรวจพันธุกรรมตัวอ่อนมาใช้ร่วมกับการรักษา IVF ช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของรายได้ในกลุ่ม NGG ฐานะการเงินแข็งแกร่ง: บริษัทไม่มีภาระหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงิน และมีเงินสดรวมเงินลงทุนในกองทุนตราสารหนี้สูงถึง 1,555.23 ล้านบาท ซึ่งพร้อมสำหรับการลงทุนหรือควบรวมกิจการเพื่อสร้าง New S-Curve ความเสี่ยง การแข่งขัน: การแข่งขันจากโรงพยาบาลเอกชนและศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากรายอื่นที่รุนแรงขึ้น ภาวะเศรษฐกิจ: กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจลดลงเนื่องจากบริการ IVF เป็นบริการที่มีมูลค่าสูง การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ: ความไม่แน่นอนของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมทางการแพทย์ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ จำนวนรอบการเก็บไข่ (OPU Cycles): จะสามารถรักษาอัตราการเติบโตของลูกค้าชาวไทยและต่างชาติได้ต่อเนื่องหรือไม่ การบริหารต้นทุน: ความสามารถในการควบคุมต้นทุนน้ำยาแล็บและค่าใช้จ่ายพนักงานเพื่อฟื้นอัตรากำไรขั้นต้น การควบรวมกิจการ (M&A): ความคืบหน้าในการใช้เงินสดที่มีอยู่เพื่อสร้างการเติบโตใหม่ตามแผนที่วางไว้ ผลกระทบจากการเลิกกิจการ SWC: การจัดการภาระผูกพันที่เหลืออยู่และผลกระทบต่อกระแสเงินสดในอนาคต รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้หลักของ SAFE มาจาก 3 ส่วน ได้แก่ 1) บริการรักษาผู้มีบุตรยาก (สัดส่วนรายได้หลัก) 2) บริการตรวจพันธุกรรม (NGG) ซึ่งเติบโตได้ดีจากการขยายความร่วมมือกับคลินิกและโรงพยาบาล รวมถึงโครงการ สปสช. และ 3) บริการด้านความงาม (SWC) ซึ่งบริษัทตัดสินใจเลิกกิจการเนื่องจากไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มบริษัทลดลงจากแรงกดดันด้านต้นทุนน้ำยาแล็บและค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น ฐานะการเงินและกระแสเงินสด บริษัทมีฐานะการเงินที่มั่นคงมาก โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ต่ำเพียง 0.12 เท่า และไม่มีเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 9 เดือนแรกอยู่ที่ 119.86 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจและการจ่ายเงินปันผล สรุปท้าย ผลประกอบการของ SAFE ในไตรมาส 3/2569 อ่อนตัวลงจากรายได้หลักที่ลดลงและการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและเงินสดในมือจำนวนมากเป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถปรับตัวและมองหาโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ได้ในอนาคต โดยนักลงทุนควรติดตามการฟื้นตัวของจำนวนรอบการเก็บไข่และการบริหารต้นทุนในไตรมาสถัดไปเป็นสำคัญ