Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BJC บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)

BJC กำไร 3Q26 เป็นจุดต่ำสุด เตรียมรับแรงหนุน High Season ดันผลงานฟื้นตัว

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด รายงานแนวโน้มผลประกอบการของ BJC โดยคาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 3/2569 จะอยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท แต่หากพิจารณากำไรปกติจะอยู่ที่ 848 ล้านบาท ซึ่งแม้จะชะลอตัว 30.9% จากไตรมาสก่อนหน้าตามปัจจัยฤดูกาล แต่ยังคง เติบโตแข็งแกร่งถึง 33.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยบวกจากยอดขาย Big C ในไทยที่พลิกกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส และธุรกิจในเวียดนาม (MMVN) ที่เติบโตโดดเด่น เจาะลึกสถานะธุรกิจและผลประกอบการ ในไตรมาส 3/2569 ธุรกิจค้าปลีกมีทิศทางที่ดีขึ้นโดย SSSG ของ Big C ในไทยอยู่ที่ +1% และ MMVN เติบโตสูงถึง +15% จากกลุ่ม HoReCa ด้านธุรกิจบรรจุภัณฑ์ยังคงมีรายได้เติบโต 30% จากคำสั่งซื้อแก้วและกระป๋องที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) รวมคาดว่าจะอยู่ที่ 19.5% ลดลง 39 bps จากปีก่อน เนื่องจาก Product Mix ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์อ่อนแอลงและต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้น แต่ในส่วนของธุรกิจค้าปลีกสามารถบริหารจัดการได้ดีขึ้นและมี GPM เพิ่มขึ้น 90 bps จากการลดโปรโมชั่นและเพิ่มประสิทธิภาพ Supply Chain ข้อสังเกตและแนวโน้มการเติบโต นักวิเคราะห์ประเมินว่าไตรมาส 3/2569 เป็นจุดต่ำสุดของปี และคาดว่า กำไรปกติในไตรมาส 4/2569 จะฟื้นตัวอย่างชัดเจน จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของการจับจ่ายใช้สอยและการท่องเที่ยว ทั้งนี้บริษัทมีแผนปรับโครงสร้างพนักงานเพื่อลดต้นทุน ซึ่งจะส่งผลบวกต่อการทำกำไรในปี 2567 ต่อไป สำหรับสถานะทางการเงิน BJC ยังคงมีการบริหารจัดการหนี้สินและกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง โดยราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2567 ถูกประเมินไว้ที่ 20.80 บาท ด้วยวิธี DCF (WACC 8.0%, Terminal growth 1.5%) สรุปคำแนะนำการลงทุน แม้พื้นฐานธุรกิจจะมีการฟื้นตัวและมีแนวโน้มเติบโตจากทั้งธุรกิจในเวียดนามและการปรับโครงสร้างภายใน แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาจนเหลือ Upside จำกัดเพียง 10.6% ทางหยวนต้าจึงปรับลดคำแนะนำจาก "ซื้อ" เป็น "TRADING" โดยนักลงทุนควรติดตามความสามารถในการรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันและการบริหารต้นทุนพลังงานในธุรกิจบรรจุภัณฑ์อย่างใกล้ชิด