2026-11-03T19:09:12+00:00 iaa PSL บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) PSL โชว์ฟอร์มแกร่งไตรมาส 3/26 กำไรพุ่งทะลุเป้า โบรกฯ ชี้เป็นจุดสูงสุดของปี ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/26 โดดเด่นเกินคาด บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/26 อยู่ที่ 725.9 ล้านบาท โดยหากตัดรายการพิเศษออก กำไรหลัก (Core Profit) อยู่ที่ 677.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.5% จากไตรมาสก่อน และพุ่งสูงถึง 156.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์จาก FSSIA คาดการณ์ไว้ถึง 15% ปัจจัยหนุนหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเรือ (Vessel OPEX) ที่ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้บริษัททำอัตรากำไรขั้นต้นได้สูงถึง 49.5% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบกว่า 3 ปี ปัจจัยบวกจากตลาดเดินเรือและกลยุทธ์ขยายกองเรือ ความแข็งแกร่งของตลาดเดินเรือในไตรมาส 3/26 ได้รับแรงหนุนจากการปรับเส้นทางเดินเรือและความต้องการตามฤดูกาลที่เพิ่มขึ้น โดยค่าระวางเรือเฉลี่ยของ PSL อยู่ที่ 17,721 ดอลลาร์ต่อวัน เพิ่มขึ้น 6.3% จากไตรมาสก่อน และ 32.6% จากปีก่อน นอกจากนี้ บริษัทยังมีการบริหารจัดการกองเรืออย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการขายเรือเก่า 1 ลำ และรับมอบเรือใหม่ 2 ลำ ทำให้ปัจจุบันมีกองเรือรวม 43 ลำ ส่งผลให้รายได้ในรูปเงินบาทเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อขยายกองเรือก็ตาม มุมมองและคำแนะนำการลงทุนจาก FSSIA นักวิเคราะห์จาก FSSIA ให้ข้อสังเกตว่า ไตรมาส 3/26 น่าจะเป็นจุดสูงสุดของกำไรในปีนี้ เนื่องจากไตรมาส 4/26 จะเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นและฤดูมรสุม อย่างไรก็ตาม ค่าระวางเรือคาดว่าจะยังคงยืนเหนือระดับปกติได้จากความต้องการขนส่งสินค้าเกษตรและการปรับเส้นทางเดินเรือจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ FSSIA ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ ราคาเป้าหมายที่ 11 บาทต่อหุ้น อ้างอิงวิธีคิดจาก 1.0 เท่าของ P/BV ปี 2027E สรุปภาพรวมสถานะทางการเงิน สำหรับผลการดำเนินงานรวม 9 เดือนแรกของปี 2026 บริษัทมีกำไรหลักแล้ว 1.3 พันล้านบาท คิดเป็น 82% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง แม้จะมีภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในเรือใหม่ แต่ด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมีสถานะทางการเงินที่รองรับการขยายตัวได้ดี โดยนักลงทุนควรติดตามการรับมอบเรือใหม่เพิ่มเติมอีก 2 ลำในไตรมาส 4/26 ซึ่งจะเป็นตัวช่วยผลักดันรายได้ให้เติบโตต่อเนื่องแม้จะมีต้นทุนค่าเสื่อมราคาและ OPEX ที่สูงขึ้นก็ตาม