Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa HMPRO บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)

HMPRO รับอานิสงส์ความต้องการหลังน้ำท่วม โบรกฯ คงคำแนะนำ ซื้อ เคาะเป้า 7.70 บาท

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO เผยผลการดำเนินงานในเดือนตุลาคม 2569 มีอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS) ของ HomePro และ Mega Home เพิ่มขึ้น 6% และ 12% ตามลำดับ ซึ่งได้รับแรงหนุนจาก ความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นหลังเหตุการณ์น้ำท่วม โดยโบรกเกอร์ FSSIA คาดการณ์ว่ากำไรในไตรมาส 4/2569 จะเติบโตประมาณ +/-5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการฟื้นตัวของยอดขายและการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง วิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตและกลยุทธ์ สำหรับภาพรวมปี 2569 คาดว่ากำไรจะทรงตัวจากปีก่อน และจะเริ่มเห็นการเติบโตเล็กน้อยที่ 3% ในปี 2570 โดยบริษัทปรับกลยุทธ์การขยายสาขาให้ชะลอตัวลงเหลือปีละ 2-3 แห่งในระยะ 5-10 ปีข้างหน้า และหันไปเน้น 1) การเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางออนไลน์ 2) การปรับปรุงสาขาเดิม และ 3) การยกระดับบริการ เช่น บริการเทรดอินและช่างโฮมโปร เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 สัดส่วนยอดขายสินค้าแบรนด์ส่วนตัว (Private Brand) ทำได้สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของ GPM ในปี 2570 ต่อไป ข้อสังเกตด้านการเงินและการลงทุน โบรกเกอร์ FSSIA คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 7.70 บาท ซึ่งมี Upside จากราคาปิดล่าสุดที่ 6.30 บาท อยู่ที่ +22.2% โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากแนวโน้มกำไรที่เติบโตในไตรมาส 4/2569 และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจประมาณ 6% ต่อปี นอกจากนี้ สถานะทางการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่ง โดยมีสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Debt/Equity) ที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 53.6% ในปี 2568 เหลือ 46.9% ในปี 2571 สะท้อนถึงการบริหารจัดการเงินสดและหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ บทสรุปการวิเคราะห์ แม้การขยายสาขาใหม่จะชะลอตัวลงตามแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจ แต่ HMPRO ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรและมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง การมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงสาขาเดิมและการเพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Brand ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ประกอบกับอัตราเงินปันผลที่จูงใจ ทำให้นักลงทุนสามารถพิจารณาเข้าลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนที่มั่นคงได้