Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa PTG บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

PTG เผชิญแรงกดดันไตรมาส 3 จับตาฟื้นตัวแรงช่วงปลายปี

สรุปภาพรวมผลประกอบการและคำแนะนำการลงทุน บล.เอเซียพลัส (ASPS) ออกบทวิเคราะห์หุ้น PTG โดยคาดการณ์กำไรปกติงวดไตรมาส 3/2569 จะปรับตัวลดลง 15.3% จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 61.4 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทเผชิญผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ 73.4 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไรในช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2569-2570 ลง 57.2% และ 9.4% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด โดยให้ราคาเป้าหมายใหม่สิ้นปี 2570 ที่ 8.2 บาทต่อหุ้น แนะนำให้รอจังหวะเข้าลงทุน (Trading) เมื่อราคาหุ้นปรับฐาน เพื่อรอรอบการฟื้นตัวในไตรมาส 4/2569 เจาะลึกปัจจัยกดดันและแนวโน้มการเติบโต สาเหตุหลักที่กดดันผลประกอบการไตรมาส 3/2569 มาจากธุรกิจ Non-oil โดยเฉพาะธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่มีกำไรขั้นต้นต่อแก้วลดลงจากการจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (SG&A) ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมในธุรกิจปาล์มคอมเพล็กซ์ยังอ่อนตัวลงตามปัจจัยฤดูกาลและการหยุดซ่อมบำรุงโรงงาน อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4/2569 คาดว่าบริษัทจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นที่มีแรงหนุนจากเทศกาลท่องเที่ยวและการเฉลิมฉลองปลายปี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นปริมาณขายทั้งธุรกิจน้ำมันและธุรกิจ Non-oil ให้เติบโตขึ้น ข้อสังเกตด้านความเสี่ยงและการบริหารจัดการ นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตถึงความเสี่ยงสำคัญที่อาจกระทบต่อฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงาน ได้แก่ 1. การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจน้ำมัน 2. ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ส่งผลต่อมูลค่าสินค้าคงคลัง 3. ความท้าทายในการบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ และ 4. การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและการดำเนินงาน ทั้งนี้ บริษัทมีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้าน ESG ที่แข็งแกร่ง โดยได้รับคะแนน SET ESG Rating ในระดับ AAA ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ บทสรุปสำหรับนักลงทุน แม้ผลประกอบการในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 จะดูอ่อนแอและมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ แต่ฝ่ายวิจัยมองว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายในไตรมาส 4/2569 จากปัจจัยฤดูกาลที่เอื้ออำนวย นักลงทุนควรติดตามการฟื้นตัวของกำไรในไตรมาสสุดท้ายอย่างใกล้ชิด โดยราคาหุ้นปัจจุบันยังมีความผันผวนในกรอบ Sideways แนวรับอยู่ที่ 7.15 – 7.25 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 7.70 – 8.05 บาท การเข้าลงทุนในช่วงนี้จึงควรเน้นการเก็งกำไรตามรอบการฟื้นตัวของผลประกอบการเป็นหลัก