2026-11-02T22:35:45+00:00 fin EMPIRE EMPIRE พลิกโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ใน Q2/2569 รับผลขาดทุนจากการด้อยค่าและรายการพิเศษ รายได้จากการดำเนินงานต่อเนื่องลดลง 95% หลังปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัท พร้อมเร่งแผนเสริมสภาพคล่องแก้ปัญหาผิดนัดชำระหนี้ บริษัท ออริจิ้น โกลบอล เอมไพร์ จำกัด (มหาชน) หรือ EMPIRE รายงานผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 โดยมีรายได้จากการดำเนินงานต่อเนื่องเพียง 7.95 ล้านบาท ลดลง 95.04% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีผลขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม 71.36 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากรายได้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบันทึกรายการด้อยค่าและรายการพิเศษที่มิใช่เงินสดจำนวนมาก ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ผ่านการจำหน่ายกลุ่ม DRJ และเข้าซื้อกิจการ MTT และ Fusion C เพื่อมุ่งเน้นธุรกิจด้านไอทีเป็นหลัก Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการในรอบนี้คือ "การปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่และการบันทึกรายการด้อยค่าที่มิใช่เงินสด" ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรทัดสุดท้ายของงบการเงินอย่างมีนัยสำคัญ 1) หัวใจคืออะไร: ผลขาดทุนจากการดำเนินงานต่อเนื่อง 117.37 ล้านบาท มีสาเหตุหลักจากรายการที่มิใช่เงินสด ได้แก่ การด้อยค่าค่าความนิยม (Goodwill) ของ TI จำนวน 65.56 ล้านบาท, การตั้งประมาณการหนี้สินจากคดีความ 10.30 ล้านบาท และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) อีก 5.06 ล้านบาท ผสมผสานกับรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่หายไปเกือบทั้งหมด 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: การด้อยค่า: การทดสอบการด้อยค่าตามมาตรฐานบัญชีพบว่ามูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของ TI ต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชี จึงต้องรับรู้การด้อยค่าเต็มจำนวน รายได้หดตัว: ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างสิ้นสุดโครงการเดิมและถูกบอกเลิกสัญญาโครงการโรงแรมพัทยาฯ ทำให้รายได้ส่วนนี้ลดลงถึง 98.99% รายการพิเศษ: การตั้งสำรองหนี้สินจากคดีความและผลขาดทุนจากการเจรจาต่อรองมูลหนี้ กดดันกำไรเพิ่มเติม การดำเนินงานที่ยกเลิก: แม้จะมีกำไรจากการจำหน่ายกลุ่ม DRJ เข้ามาช่วยบรรเทาผลขาดทุน แต่ธุรกิจจำหน่ายพลังงานที่ยุติการดำเนินงานไปก็มีผลขาดทุนจากการด้อยค่าเครื่องจักรและ ECL เข้ามาซ้ำเติม 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากรายการด้อยค่าส่วนใหญ่เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-time) แต่ความสามารถในการทำกำไรในอนาคตขึ้นอยู่กับความสำเร็จของแผนธุรกิจใหม่ (MTT และ Fusion C) รวมถึงความสำเร็จในการประมูลโครงการภาครัฐของ TI และการเรียกเก็บเงินประกันผลงานค้างรับ ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ายังมีความไม่แน่นอนสูง Highlight สำคัญ รายได้รวม: 7.95 ล้านบาท ลดลง 95.04% YoY จากการสิ้นสุดโครงการก่อสร้างและปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัท ผลขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม: 71.36 ล้านบาท เทียบกับกำไร 29.22 ล้านบาทในปีก่อน รายการด้อยค่า: บันทึกด้อยค่าค่าความนิยม TI จำนวน 65.56 ล้านบาท และตั้งสำรองคดีความ 10.30 ล้านบาท สถานะทางการเงิน: ส่วนของผู้ถือหุ้นเหลือ 132.24 ล้านบาท (41.95% ของทุนชำระแล้ว) ถูกตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นเครื่องหมาย CB จากผลขาดทุนสะสมและการผิดนัดชำระหนี้ แผนเสริมสภาพคล่อง: ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากผู้ถือหุ้นใหญ่ 115 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านธุรกิจอย่างหนัก โดยรายได้หลักจากธุรกิจก่อสร้างและกลุ่ม DRJ หายไปจากการปรับโครงสร้าง ทำให้ผลประกอบการในงวดนี้สะท้อนถึงการ "ล้างพอร์ต" สินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้และบันทึกผลขาดทุนที่ค้างอยู่ทั้งหมด โอกาส การรุกธุรกิจไอทีผ่าน MTT และ Fusion C ซึ่งมีศักยภาพในการทำกำไรสูงกว่าธุรกิจเดิม การได้รับเงินสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นใหญ่ช่วยบรรเทาวิกฤตสภาพคล่องในระยะสั้น การติดตามผลการดำเนินงานของ TI ตามคำรับรอง EBITDA ถึงปี 2570 ความเสี่ยง ความไม่แน่นอนในการดำเนินงานต่อเนื่อง (Going Concern) เนื่องจากหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน คดีความและภาระหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติมจากการผิดนัดชำระหนี้กับสถาบันการเงิน ความสำเร็จของแผนการระดมทุนและการปรับโครงสร้างหนี้ที่ยังไม่มีความแน่นอน สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าการประมูลโครงการภาครัฐของ TI (คาดทราบผล พ.ย.-ธ.ค. 2569) การเรียกเก็บเงินประกันผลงานค้างรับ (หากไม่สำเร็จจะดำเนินคดีใน Q1/2570) การเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินที่ผิดนัดชำระ ความสำเร็จในการออกหุ้นกู้แปลงสภาพเพื่อเสริมสภาพคล่อง สถานะเครื่องหมาย CB ของตลาดหลักทรัพย์ฯ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทั่วไป) บริษัทเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและจำหน่ายสินค้า มาสู่ธุรกิจบริการด้านไอที (IT Services) โดยมี MTT และ Fusion C เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก อย่างไรก็ตาม ฐานะการเงินยังคงเปราะบางจากการตั้งสำรองหนี้สินและผลขาดทุนสะสมที่สูง ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทมีเงินสด 34.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุน (Rights Offering) 72.75 ล้านบาท แต่มีหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน 81.94 ล้านบาท สะท้อนถึงภาวะตึงตัวด้านสภาพคล่องอย่างรุนแรง สรุปท้าย EMPIRE กำลังเผชิญกับความท้าทายขั้นสูงสุดในการประคองธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้ โดยผลประกอบการ Q2/2569 สะท้อนถึงการตัดขาดทุนครั้งใหญ่จากการปรับโครงสร้าง แม้จะมีเงินทุนสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นใหญ่เข้ามาช่วยประคอง แต่ความอยู่รอดในระยะยาวขึ้นอยู่กับความสำเร็จของแผนธุรกิจใหม่และการจัดการภาระหนี้สินที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของแผนฟื้นฟูอย่างใกล้ชิด