Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa COM7 บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน)

COM7 ลุ้นกำไรทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โบรกฯ อัปเป้าหมายเป็น 39 บาท

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) ออกบทวิเคราะห์หุ้น COM7 โดยคงคำแนะนำ “BUY” พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2570 ขึ้นเป็น 39 บาท (จากเดิม 35 บาท) โดยมองว่าเป็นหุ้นเด่นกลุ่มค้าปลีก IT ที่มีแนวโน้มการเติบโตของกำไรปกติปี 2569–2570 เฉลี่ยสูงถึง 21% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 15% พร้อมคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ 4.2–4.8% ต่อปี วิเคราะห์ผลประกอบการและทิศทางธุรกิจ คาดการณ์กำไรปกติไตรมาส 3/2569 จะทำสถิติ New High ที่ 1,317 ล้านบาท เติบโต 56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) และ 3% จากไตรมาสก่อน (q-q) โดยได้รับแรงหนุนจาก 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1) ธุรกิจมือถือและสินค้า IT ที่มียอดขายเร่งตัวขึ้นตามกระแส iPhone 18 Pro/Pro Max 2) ธุรกิจรถ EV ที่เติบโตจากฐานต่ำ และ 3) ธุรกิจบริการเสริมอย่าง uFund และ iCare ที่มีอัตรากำไรสูง นอกจากนี้ยังประเมินว่าไตรมาส 4/2569 มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยบริษัทมีการปรับประมาณการกำไรปกติปี 2569–2570 ขึ้น 13% และ 18% ตามลำดับ ข้อสังเกตด้านฐานะการเงินและการลงทุน ในด้านฐานะการเงิน KSS มองว่า COM7 เริ่มคลายความกังวลเรื่องหนี้สิน โดยคาดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) จะลดลงเหลือ 2.1–2.3 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 จาก 2.46 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มทุนใน uFund Capital และกำไรที่แข็งแกร่ง ทำให้มีระยะห่างจากเงื่อนไขเงินกู้มากขึ้น สำหรับคุณภาพสินเชื่อ uFund ยังคงควบคุมได้ดีโดยมีอัตราหนี้เสีย (NPL ratio) ต่ำกว่า 1% ทั้งนี้ หุ้น COM7 ปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 2570 เพียง 12.9 เท่า ซึ่งถือว่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตถึง 38% สรุปภาพรวม KSS เลือก COM7 เป็นหุ้นเด่นที่สุดในกลุ่มค้าปลีก IT ด้วยโมเดลธุรกิจที่ครบวงจร ตั้งแต่การขายสินค้าไปจนถึงบริการสินเชื่อ ประกัน และบริการหลังการขาย ซึ่งช่วยสนับสนุนการขยายตัวของอัตรากำไร (Margin) อย่างต่อเนื่อง โดยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 39 บาท อ้างอิงวิธีคิดแบบ PER 15 เท่า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตที่โดดเด่นกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน