2026-11-02T17:16:30+00:00 fin TNP บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) TNP กำไร Q3/2569 โต 20.91% รับอานิสงส์ขยายสาขาและมาตรการรัฐหนุนยอดขาย รายได้พุ่ง 27.11% YoY จากการขยายสาขาเชิงรุกและยอดขายสาขาเดิมที่เติบโตโดดเด่นถึง 18.4% ท่ามกลางมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 มีรายได้จากการขายรวม 929.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 57.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.91% โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการขยายสาขาใหม่ต่อเนื่องและการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 18.4% จากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะได้รับผลกระทบจากการขายสินค้ากลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการรัฐที่มีมาร์จินต่ำกว่าปกติ แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภาพรวมกำไรยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญคือการขยายฐานรายได้ผ่านการเปิดสาขาใหม่และการใช้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ปัจจัยหลักที่ผลักดันกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2569 คือการเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสาเหตุหลักมาจาก 1) การขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้นรวมเป็น 61 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 และ 2) ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่เติบโตสูงถึง 18.4% ซึ่งได้รับแรงส่งจาก “โครงการไทยช่วยไทยพลัส” ที่เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น กลไกการเติบโตเกิดจากการที่บริษัทสามารถดึงดูดลูกค้าผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้ามาใช้บริการที่สาขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้มาพร้อมกับความท้าทายด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงเหลือ 17.16% (จาก 18.57% ใน Q3/68) เนื่องจากสินค้าที่ขายดีในช่วงมาตรการรัฐ เช่น เครื่องดื่มและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นสินค้าที่มีอัตรากำไรต่ำกว่าสินค้ากลุ่มอื่น ประกอบกับการขยายช่องทางขายส่งผ่านสำนักงานใหญ่และตัวแทนจำหน่ายที่มีมาร์จินต่ำกว่าการขายปลีกปกติ แต่ด้วยการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารต่อยอดขายที่ลดลง ทำให้บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรสุทธิไว้ได้ จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของการขยายสาขาตามแผนงาน (Jump+) ที่ตั้งเป้าขยาย 30 สาขาใน 3 ปี (2569-2571) อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนุนจากมาตรการภาครัฐเป็นลักษณะ "ครั้งคราว" ตามระยะเวลาของโครงการ (มิถุนายน-กันยายน 2569) ดังนั้นการเติบโตในรอบถัดไปจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าใหม่ที่เข้ามาในช่วงมาตรการรัฐ และการบริหารจัดการ Product Mix เพื่อชดเชยอัตรากำไรขั้นต้นที่อาจยังคงถูกกดดันจากการขยายช่องทางขายส่ง Highlight สำคัญ รายได้จากการขาย: 929.27 ล้านบาท (+27.11% YoY, +8.87% QoQ) กำไรสุทธิ: 57.63 ล้านบาท (+20.91% YoY, +4.37% QoQ) SSSG: เติบโตโดดเด่นที่ 18.4% จากการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การขยายสาขา: เพิ่มขึ้นเป็น 61 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 (เปิดเพิ่ม 5 สาขาใน 9 เดือนแรก) อัตรากำไรขั้นต้น: อยู่ที่ 17.16% ลดลงจากปีก่อนเนื่องจากสัดส่วนการขายสินค้ามาร์จินต่ำเพิ่มขึ้น ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้รวม 2,553.24 ล้านบาท (+16.24% YoY) และกำไรสุทธิ 161.22 ล้านบาท (+8.55% YoY) สะท้อนถึงการเติบโตที่มั่นคงจากการขยายสาขา แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการขายส่งที่ขยายตัว โอกาส การเดินหน้าตามแผนธุรกิจ Jump+ เพื่อขยายสาขาอีก 30 แห่งใน 3 ปีข้างหน้า การเพิ่มช่องทางการขายผ่านตัวแทนจำหน่าย (Authorized distributor) เพื่อขยายฐานรายได้นอกเหนือจากการขายปลีก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในพื้นที่และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นช่วยหนุนกำลังซื้อ ความเสี่ยง สภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีกทั้งจากโมเดิร์นเทรดและร้านค้าท้องถิ่น ความผันผวนของกำลังซื้อผู้บริโภคหากไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ อัตรากำไรขั้นต้นที่อาจถูกกดดันหากสัดส่วนการขายส่งที่มีมาร์จินต่ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความต่อเนื่องของยอดขายสาขาเดิมหลังจากสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ ความคืบหน้าการเปิดสาขาใหม่ตามแผนงาน 3 ปี (Jump+) การบริหารจัดการต้นทุนขายและสัดส่วนสินค้า (Product Mix) เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น ผลกระทบจากการแข่งขันในพื้นที่เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา และลำปาง รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) บริษัทเน้นการขยายสาขาในพื้นที่ภาคเหนือเป็นหลัก โดยมีวงจรเงินสดอยู่ที่ 44.16 วัน ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ดี ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.31 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพในการขยายการลงทุนต่อ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ 30 กันยายน 2569 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 96.51 ล้านบาท กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 133.59 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนแรก ซึ่งเพียงพอต่อการลงทุนขยายสาขาและการจ่ายเงินปันผล 86 ล้านบาท โดยบริษัทมีวงเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ยังไม่เบิกใช้สูงถึง 450 ล้านบาท เพื่อรองรับสภาพคล่อง สรุปท้าย TNP แสดงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3/2569 ผ่านกลยุทธ์การขยายสาขาเชิงรุกและการคว้าโอกาสจากมาตรการรัฐ แม้จะมีแรงกดดันด้านมาร์จินจากสัดส่วนสินค้าและช่องทางขายที่เปลี่ยนไป แต่ด้วยการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทสามารถสร้างกำไรสุทธิที่เติบโตได้ต่อเนื่อง นักลงทุนควรจับตาความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าหลังจบมาตรการรัฐ และความคืบหน้าการขยายสาขาตามแผนระยะยาวเป็นสำคัญ