Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CRC บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

CRC โชว์ฟอร์มแกร่งไตรมาส 3 รับอานิสงส์กลุ่มอาหารหนุนกำไรโตเด่น

สรุปไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) ออกบทวิเคราะห์หุ้น CRC (บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)) โดยปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อเก็งกำไร” พร้อมกำหนดราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 ไว้ที่ 36.25 บาท หลังราคาหุ้นสะท้อนการฟื้นตัวของกำไรไปมากแล้ว โดยคาดการณ์กำไรปกติไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1.79 พันล้านบาท เติบโตแข็งแกร่งถึง +37.9% YoY วิเคราะห์ผลประกอบการและปัจจัยหนุน สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/2569 คาดรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 5.65 หมื่นล้านบาท (+4.2% YoY) โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจ Food ที่มี SSSG เติบโตโดดเด่นถึง +7% จากแคมเปญของ Tops และยอดขาย GO! Wholesale ที่ดีขึ้น รวมถึงธุรกิจ Fashion ที่ฟื้นตัวเป็น +1% ในขณะที่ธุรกิจ Hardline ยังคงหดตัว -2.5% จากกำลังซื้อที่อ่อนแอและราคาเหล็กที่ลดลง ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คาดว่าจะอยู่ที่ 27.20% (+52 bps YoY) จากการบริหารจัดการสินค้าที่ดีขึ้นและการไม่มี Clearance Sale ในกลุ่ม Fashion ประกอบกับภาระดอกเบี้ยที่ลดลงจากการขาย Rinascente ช่วยหนุนให้อัตรากำไรปกติขยายตัวได้ดี ข้อสังเกตและแนวโน้มในอนาคต ในไตรมาส 4/2569 คาดการณ์การฟื้นตัวตามฤดูกาลและแรงซื้อหลังน้ำท่วม โดย SSSG เดือนตุลาคมเบื้องต้นอยู่ที่ +4% นำโดยกลุ่ม Hardline ที่เติบโต +7–9% จากความต้องการซ่อมแซมบ้านและซื้อสินค้าทดแทน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการเติบโตของกำไรปกติในปี 2570 จะเริ่มชะลอตัวลงเหลือ 8.4% YoY นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ ภาวะเงินเฟ้อโลกที่กระทบต้นทุนสินค้า ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และภาวะหนี้ครัวเรือนไทยที่อยู่ในระดับสูงถึง 86% ของ GDP ซึ่งอาจกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะยาว บทสรุปการลงทุน LHS ประเมินว่า CRC มีการเติบโตที่โดดเด่นในแง่ของกำไร แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว ทำให้ Upside ในระยะสั้นมีจำกัด จึงปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อเก็งกำไร” โดยนักลงทุนควรติดตามความต่อเนื่องของยอดขายในกลุ่ม Hardline หลังจากความต้องการซ่อมแซมบ้านเริ่มคลี่คลายลง รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนคงที่ต่อรายได้เพื่อให้รักษาอัตรากำไรให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนตามเป้าหมายที่วางไว้