2026-10-30T19:10:25+00:00 iaa MINT บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) MINT ลุ้นกำไร Q3/69 โตต่อเนื่อง รับอานิสงส์ธุรกิจโรงแรมและอาหารฟื้นตัวแกร่ง สรุปไฮไลท์สำคัญ โบรกเกอร์ FSSIA ออกบทวิเคราะห์หุ้น MINT (บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)) โดยคงคำแนะนำ "ซื้อ" และคงราคาเป้าหมายที่ 32.50 บาท ประเมินว่ากำไรปกติในไตรมาส 3/2569 จะเติบโต 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) แม้จะเผชิญความท้าทายจากต้นทุน แต่การดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและอาหารยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก พร้อมมองข้ามช็อตไปถึงปี 2570 ที่คาดว่าจะเห็นการเติบโตที่โดดเด่นยิ่งขึ้นจากกลยุทธ์การบริหารสินทรัพย์และการเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน เจาะลึกผลประกอบการและแนวโน้ม สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 2.88 พันล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ของธุรกิจโรงแรมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 9% y-y จากการปรับราคาห้องพัก (ADR) ขึ้น 6% ทั้งในยุโรปและไทย ในส่วนของธุรกิจอาหาร คาดว่ายอดขายสาขาเดิม (SSSG) จะกลับมาเป็นบวกที่ 1.6% y-y จากแคมเปญการตลาดที่ประสบความสำเร็จในไทย และยอดขายรวม (TSSG) เติบโต 5.9% จากการขยายสาขา ทั้งนี้ แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนแรงงานและค่าเช่าในยุโรป แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพจนช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ สำหรับไตรมาส 4/2569 คาดว่ากำไรจะฟื้นตัวทั้งจากไตรมาสก่อน (q-q) และปีก่อน (y-y) ตามฤดูกาลท่องเที่ยว ข้อสังเกตและปัจจัยสนับสนุนการเติบโต นักวิเคราะห์มองว่า MINT มีความพร้อมในการรับมือกับความท้าทาย โดยเฉพาะการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานในยุโรปที่มีการทำประกันความเสี่ยง (Hedging) ไว้แล้วประมาณ 40-75% นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจาขายและบริหารจัดการโรงแรมในยุโรป 3 แห่ง ซึ่งหากสำเร็จจะช่วยลดภาระหนี้และลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับปี 2570 คาดว่ากำไรจะเติบโตแข็งแกร่งขึ้นถึง 13% y-y สู่ระดับ 1.12 หมื่นล้านบาท โดยมีปัจจัยบวกจากการปรับปรุงโรงแรมและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Asset-light mix) ที่จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรให้สูงขึ้น สรุปมุมมองการลงทุน โบรกเกอร์ FSSIA ประเมินว่าระดับราคาหุ้นปัจจุบันที่ซื้อขายบน P/E ปี 2570 เพียง 10.2 เท่า ถือว่า "ไม่แพง" เมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไรที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในปีหน้า โดยราคาเป้าหมายที่ 32.50 บาท คำนวณด้วยวิธี DCF (Discounted Cash Flow) ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการทำกำไรที่ยั่งยืน ทั้งนี้ นักลงทุนควรจับตาการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและการบริหารจัดการหนี้สิน ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันราคาหุ้นให้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงในอนาคต