Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SCC บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)

SCC กำไร Q3/26 ต่ำกว่าคาด จับตาการฟื้นตัวและดีล JV ใหม่หนุนอนาคต

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/26 อยู่ที่ 2.4 พันล้านบาท ซึ่งถือว่า ต่ำกว่าที่ตลาดและโบรกเกอร์คาดการณ์ไว้ถึง 32-41% โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานของธุรกิจเคมิคอลส์ที่อ่อนแอ โดยเฉพาะโรงงาน LSP ที่มีผลขาดทุนสูงกว่าที่ประเมินไว้ อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์ยังคงมองเห็นโอกาสการฟื้นตัวในไตรมาส 4/26 จากปัจจัยฤดูกาลและการรับรู้เงินปันผล รายละเอียดผลประกอบการและการวิเคราะห์ โบรกเกอร์ InnovestX (INVX) วิเคราะห์ว่ากำไรปกติในไตรมาส 3/26 ลดลงถึง 84% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เนื่องจากโรงงาน LSP ในเวียดนามมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 3.3 พันล้านบาท จากการรับรู้ต้นทุนคงที่เต็มไตรมาสในช่วงหยุดเดินเครื่อง รวมถึงส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ (HDPE, PP และ PVC) ที่ปรับตัวลดลง นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายจากการกลับมาเดินเครื่องโรงงาน ROC อีกด้วย ทั้งนี้ INVX ได้ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2026 ลง 4% เพื่อสะท้อนผลกระทบดังกล่าว ข้อสังเกตและปัจจัยหนุนในอนาคต แม้ผลประกอบการระยะสั้นจะยังมีความท้าทาย แต่มีปัจจัยบวกที่น่าจับตาคือ ข้อเสนอการจัดตั้งกิจการร่วมค้า (JV) ระหว่าง SCGC และ PTTGC ซึ่งคาดว่าจะสร้าง Synergy ได้ถึง 5-7 พันล้านบาทต่อปี โดย INVX ประเมินว่าจะช่วยเพิ่มกำไรให้ SCC ได้ราว 2% ในปี 2027 และ 8% ในปี 2028 อีกทั้งยังช่วยลดภาระหนี้สินในงบการเงินรวม ทำให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของโรงงาน LSP ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด สรุปคำแนะนำการลงทุน โบรกเกอร์ InnovestX (INVX) คงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ SCC โดยปรับราคาเป้าหมายกลางปี 2027 ใหม่เป็น 271 บาท (จากเดิม 276 บาท) ด้วยวิธี SOTP เนื่องจากมองว่าส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์น่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในไตรมาส 2/26 และธุรกิจในภาพรวมยังมีแนวโน้มอ่อนแอในระยะสั้น ทั้งนี้ นักลงทุนควรระมัดระวังความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น อัตราดอกเบี้ย และภาวะอุปทานล้นตลาดที่ยืดเยื้อ