Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa COM7 บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน)

COM7 ลุ้นทำนิวไฮต่อเนื่อง รับอานิสงส์ iPhone รอบใหม่และธุรกิจเสริมโตแกร่ง

ไฮไลท์สำคัญ โบรกเกอร์ FSSIA ออกบทวิเคราะห์หุ้น COM7 โดยคงคำแนะนำ "ซื้อ" และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 38.00 บาทต่อหุ้น (จากเดิม 35.00 บาท) โดยมองว่าปี 2570 จะยังคงเป็นปีที่แข็งแกร่งต่อเนื่องจากปี 2569 ซึ่งคาดว่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่ในทุกไตรมาส โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากวงจรการเปลี่ยนเครื่อง iPhone รุ่นใหม่ และการเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจที่ไม่ใช่การขายปลีก (Non-retail) เช่น Ufund และ iCare เจาะลึกปัจจัยหนุนการเติบโต นักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 จะเติบโตโดดเด่นถึง 30.7% และเติบโตต่อเนื่องอีก 10.7% ในปี 2570 โดยมีปัจจัยบวกจาก 1) ความต้องการ iPhone 18 และ iPhone 20 ที่คาดว่าจะมีการอัปเกรดครั้งใหญ่ 2) ธุรกิจ Ufund เข้าสู่ช่วง S-curve ของการเติบโตจากการขยายฐานลูกค้าและบริการสินเชื่อที่ครอบคลุมมากขึ้น และ 3) การปรับราคาสินค้า IT ให้สูงขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อมาร์จิ้นของธุรกิจเสริม ทั้งนี้บริษัทคาดว่าจะทำกำไรนิวไฮได้ต่อเนื่องในไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2569 ข้อสังเกตและมุมมองความเสี่ยง แม้ผลประกอบการจะดูสดใส แต่มีประเด็นที่ต้องติดตามคือความเสี่ยงด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อแบบ Buy-Now-Pay-Later (BNPL) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจสินเชื่อในอนาคต อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์มองว่าโครงสร้างการผ่อนชำระของ Ufund ที่มีการล็อกเครื่อง (Locked-phone) มีความเสี่ยงต่ำกว่าและมีอัตราหนี้เสีย (NPL) ที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับคู่แข่ง นอกจากนี้ ฐานะทางการเงินของบริษัทแม้จะมี D/E ratio เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ แต่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อธุรกิจเริ่มสร้างกระแสเงินสดได้เต็มที่ บทสรุปการลงทุน FSSIA ประเมินมูลค่าหุ้น COM7 ด้วยวิธี P/E Ratio ที่ 15.3 เท่า ซึ่งสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีกไทย โดยปัจจุบันหุ้นซื้อขายอยู่ที่ P/E ปี 2570 เพียง 13.3 เท่า ซึ่งถือว่า "ถูกเกินไป" (Discount 13%) เมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งกว่ากลุ่มค้าปลีกทั่วไป (CAGR 15.3% ในปี 2568-2571) จึงเป็นโอกาสสะสมหุ้นเพื่อรับผลตอบแทนจากทั้งส่วนต่างราคาและเงินปันผลที่คาดว่าจะอยู่ในระดับ 4-5% ต่อปี