Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin PTTEP บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

PTTEP กำไร Q3/2569 แตะ 443 ล้านดอลลาร์ฯ รับแรงกดดันจากรายการพิเศษและซ่อมบำรุงตามแผน

ปริมาณขายลดลงจากช่วงปิดซ่อมบำรุงโรงแยกก๊าซฯ ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งเดินหน้าโครงการใหม่เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 โดยมีกำไรสุทธิ 443 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 47% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งได้รับผลกระทบจากปริมาณขายเฉลี่ยที่ลดลง 9% เหลือ 521,163 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากการปิดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงแยกก๊าซธรรมชาติในช่วงปลายไตรมาส รวมถึงการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์โครงการมาเลเซีย แปลง เค และผลขาดทุนจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (MTM) อย่างไรก็ตาม บริษัทเดินหน้าโครงการสำคัญอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการพลังงานในประเทศและสร้างการเติบโตในอนาคต Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการรอบนี้คือ "ปริมาณขายที่ลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงตามแผน" และ "รายการขาดทุนพิเศษจากสินทรัพย์และสัญญาประกันความเสี่ยง" ปัจจัยหลักจากการดำเนินงาน: กำไรจากการดำเนินงานปกติลดลงเล็กน้อยเหลือ 728 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ลดลง 18 ล้านดอลลาร์ฯ QoQ) สาเหตุหลักมาจากปริมาณขายเฉลี่ยที่ลดลง 9% เนื่องจากโครงการในอ่าวไทยมีการปิดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงแยกก๊าซธรรมชาติในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ประกอบกับปริมาณการขายน้ำมันดิบในมาเลเซียและแอลจีเรียที่ลดลง แม้จะมีการรับรู้ผลย้อนหลังจากการปรับสัญญาใหม่ของโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18-01 เข้ามาช่วยชดเชยบางส่วน รายการพิเศษ (Non-recurring): กำไรสุทธิถูกกดดันอย่างหนักจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ ซึ่งขาดทุนถึง 285 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ขาดทุนเพิ่มขึ้น 372 ล้านดอลลาร์ฯ QoQ) โดยมีสาเหตุหลักจากผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์โครงการมาเลเซีย แปลง เค และผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าตามราคาตลาด (MTM) ของสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน ซึ่งเกิดขึ้นตามการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันล่วงหน้า ณ สิ้นไตรมาส ความต่อเนื่อง: ปัจจัยด้านปริมาณขายที่ลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงถือเป็น "ลักษณะครั้งคราว" ที่เป็นไปตามแผนงานปกติ ส่วนรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์เป็นรายการทางบัญชีที่เกิดขึ้นเฉพาะกิจ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาน้ำมันและสัญญาประกันความเสี่ยงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อเนื่องตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 443 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 47% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 13% YoY ปริมาณขายเฉลี่ย: 521,163 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ลดลง 9% QoQ ต้นทุนต่อหน่วย: ลดลง 5% มาอยู่ที่ 28.19 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ จากค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายในการสำรวจที่ลดลง สถานะการเงิน: อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 0.25 เท่า สะท้อนวินัยทางการเงินที่แข็งแกร่ง ความคืบหน้าโครงการ: ตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ในโครงการบุษบง (จี 3/65) และแหล่ง Aung Sinkha ในเมียนมา เพื่อเริ่มผลิตในปี 2571 ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 สะท้อนถึงความผันผวนของปัจจัยภายนอกและแผนการซ่อมบำรุง แม้กำไรสุทธิจะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แต่หากมองภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,653 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยได้รับแรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากโครงการใหม่ที่เข้าร่วมลงทุนในปีก่อนหน้า โอกาส การเพิ่มกำลังการผลิต: โครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างพัฒนา (เช่น จี 3/65, เมียนมา เอ็ม 3, เวียดนาม บีและ 48/95) จะเป็นฐานการผลิตสำคัญในอนาคต การบริหารต้นทุน: บริษัทสามารถลดต้นทุนต่อหน่วยลงได้ต่อเนื่อง ซึ่งช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน ธุรกิจคาร์บอนต่ำ: ความคืบหน้าโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ที่แหล่งอาทิตย์ และการลงทุนในพลังงานแห่งอนาคตผ่าน CVC ช่วยสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ความเสี่ยง ภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานและความเสี่ยงในการขนส่ง ความผันผวนของราคา: ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ผันผวนส่งผลต่อรายได้และผลขาดทุนจากสัญญาประกันความเสี่ยง การดำเนินงาน: ความล่าช้าหรือเหตุขัดข้องในโครงการผลิตและโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอาจส่งผลต่อเป้าหมายปริมาณขาย สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ สถานการณ์ตะวันออกกลาง: ผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลกและการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันดิบดูไบ: แนวโน้มราคาในไตรมาส 4/2569 ที่คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 95-105 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ความคืบหน้าโครงการสำคัญ: การพัฒนาแหล่งบุษบง และโครงการในมาเลเซีย/เวียดนาม ให้เป็นไปตามแผนงาน นโยบาย OPEC+: ทิศทางการบริหารจัดการกำลังการผลิตที่จะส่งผลต่อราคาน้ำมันโลก การบริหารจัดการก๊าซมีเทนและ CCS: ความคืบหน้าในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมาย Net Zero รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) บริษัทเน้นการรักษาสัดส่วนการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศให้มากกว่า 60% ของความต้องการใช้ เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน โดยในไตรมาส 3 ได้มีการปิดซ่อมบำรุงโรงแยกก๊าซฯ ตามแผน ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณขายชั่วคราว แต่บริษัทได้เตรียมความพร้อมด้วยการเจาะหลุมผลิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ต้นทุนต่อหน่วยที่ลดลงเหลือ 28.19 ดอลลาร์สหรัฐฯ ถือเป็นจุดแข็งที่ช่วยรองรับความผันผวนของราคาตลาดได้ดี ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 2,291 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 4,273 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีอัตราส่วน D/E อยู่ที่ 0.25 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำและแข็งแกร่งตามนโยบายทางการเงินของบริษัท สรุปท้าย PTTEP ยังคงรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินและศักยภาพในการดำเนินงานไว้ได้ แม้ไตรมาส 3/2569 จะเผชิญกับปัจจัยลบชั่วคราวจากการปิดซ่อมบำรุงและรายการทางบัญชีพิเศษ การที่บริษัทสามารถรักษาต้นทุนต่อหน่วยให้อยู่ในระดับต่ำและเดินหน้าโครงการพัฒนาแหล่งก๊าซใหม่ๆ ได้ตามแผน เป็นเครื่องยืนยันถึงความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสสุดท้ายของปี