Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa STECON บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน)

STECON ปลดล็อกธุรกิจ Data Center ลุ้นรับงานใหญ่หนุนกำไรโต

ไฮไลท์สำคัญ โบรกเกอร์ BLS ออกบทวิเคราะห์หุ้น STECON โดยคงคำแนะนำ "ซื้อ" พร้อมกำหนด ราคาเป้าหมายที่ 21.00 บาท โดยมองว่าบริษัทมีความพร้อมสูงในการรุกธุรกิจ Data Center ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง และคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นการเติบโตของกำไรในอนาคต รวมถึงช่วยปรับมูลค่าหุ้น (Re-rate) ให้สูงขึ้นจากระดับปัจจุบัน เจาะลึกปัจจัยบวกและกลยุทธ์การเติบโต ปัจจุบัน STECON มีงานที่รอลงนามสัญญา (Backlog) ในกลุ่ม Data Center รวมมูลค่ากว่า 4.98 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยลงนามได้ในช่วงไตรมาส 4/2569 ถึงไตรมาส 1/2570 หากได้รับงานทั้งหมดจะช่วยเพิ่ม Backlog อีกราว 2-3 หมื่นล้านบาท และส่งผลให้รายได้ปี 2570 มีโอกาสเติบโตสูงกว่าประมาณการเดิมที่ 5% นอกจากนี้ บริษัทยังมีงานประมูลภาครัฐ เช่น มอเตอร์เวย์และรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความชัดเจนของรายได้ในระยะยาว ด้านอัตรากำไรขั้นต้นในครึ่งแรกของปี 2569 ทำได้ที่ 7.6% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ 7% ช่วยเป็นกันชนรองรับแรงกดดันด้านต้นทุนวัสดุก่อสร้างได้เป็นอย่างดี ข้อสังเกตและมุมมองความเสี่ยง แม้จะมีปัจจัยบวกจากงาน Data Center แต่ยังมีข้อควรระวังในเรื่อง กฎเกณฑ์การลงทุนที่อยู่ระหว่างการกำหนด ซึ่งอาจส่งผลให้โครงการล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาค ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจกระทบต่อนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็กและปูนซีเมนต์ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการบริหารจัดการต้นทุนผ่านการล็อกราคาและใช้กลไกค่า K-factor เพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว สรุปคำแนะนำการลงทุน โบรกเกอร์ BLS แนะนำให้ "ทยอยสะสม" หุ้น STECON ในช่วงไตรมาส 4/2569 เพื่อรอรับข่าวดีจากการประกาศผลประมูลงานภาครัฐและการลงนามสัญญางาน Data Center ขนาดใหญ่ โดยประเมินว่าธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำจะช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ให้สูงขึ้นในระยะยาว ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องจากระดับ PBV ปัจจุบันที่ 1.2 เท่า