Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CENTEL บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)

CENTEL รับอานิสงส์ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง โบรกฯ มองอนาคตสดใส

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ได้รับการประเมินจาก KGI ให้คงคำแนะนำ "Outperform" โดยปรับราคาเป้าหมายปี 2570 ไว้ที่ 49.00 บาท ซึ่งประเมินมูลค่าด้วยวิธี 11x EV/EBITDA โดยคาดการณ์ว่าผลประกอบการจะเติบโตอย่างโดดเด่นทั้งในไตรมาส 3/2569 และต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ วิเคราะห์ผลประกอบการและแนวโน้มการเติบโต สำหรับไตรมาส 3/2569 คาดว่า CENTEL จะมีกำไรหลักอยู่ที่ 265 ล้านบาท (+39% YoY, +51% QoQ) โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPAR) ในไทยที่เติบโต 13% และมัลดีฟส์ที่พุ่งสูงถึง 34% นอกจากนี้ ธุรกิจอาหารยังคงมีความยืดหยุ่นแม้ SSSG จะทรงตัว แต่มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 1,510 แห่ง (+8% YoY) ทั้งนี้ ต้นทุนทางการเงินคาดว่าจะลดลง 10% YoY ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรสุทธิ สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2569 คาดว่าโมเมนตัมจะแข็งแกร่งขึ้นจากยอดจองล่วงหน้าในธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยง แม้ภาพรวมจะดูสดใส แต่ยังมีประเด็นที่ต้องจับตาคือ ผลการดำเนินงานในญี่ปุ่นที่ยังคงอ่อนแอ โดย RevPAR ลดลง 41% ในไตรมาส 3/2569 รวมถึงผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในเดือนกันยายนที่ส่งผลต่อธุรกิจอาหาร อย่างไรก็ตาม การควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวดช่วยประคองอัตรากำไรไว้ได้ นอกจากนี้ นักลงทุนควรระวังความเสี่ยงจาก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และ ต้นทุนพลังงานที่อาจปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการด้านการท่องเที่ยวได้ สรุปภาพรวมการลงทุน ในระยะยาว CENTEL มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในปี 2570 โดยคาดการณ์กำไรที่ 2,656 ล้านบาท (+14% YoY) ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเปิดให้บริการโรงแรมที่ผ่านการปรับปรุงใหม่ในกระบี่และหัวหิน การเพิ่มประสิทธิภาพของโรงแรมในพัทยาและมัลดีฟส์ รวมถึงการลดลงของผลขาดทุนในดูไบและญี่ปุ่น ทำให้บริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและพร้อมรับการเติบโตในอนาคต