Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa GLOBAL บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

GLOBAL โชว์กำไร 3Q26 แกร่งเกินคาด โบรกฯ ยกเป็นหุ้นเด่นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง

ผลประกอบการโดดเด่นเกินคาด บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) เผยผลการดำเนินงานของ GLOBAL ในไตรมาส 3/2026 โดยมีกำไรปกติอยู่ที่ 545 ล้านบาท เติบโต 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) ซึ่งถือว่า ดีกว่าที่ตลาดและ KSS คาดการณ์ไว้ถึง 9% แม้ว่ายอดขายสาขาเดิม (SSS) จะหดตัวลง 6.9% จากผลกระทบของกำลังซื้อที่อ่อนแอและฝนตกชุก แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ได้อย่างแข็งแกร่งที่ระดับ 28.6% โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand เป็น 29% ซึ่งช่วยยกระดับฐานกำไรให้มั่นคงขึ้น กลยุทธ์การเติบโตและมุมมองการลงทุน KSS คงคำแนะนำ “BUY” โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2027 ที่ 8.80 บาท (วิธี DCF) โดยมองว่า GLOBAL เป็นหุ้นเด่นที่สุดในกลุ่ม Home Improvement เนื่องจากมีความสามารถในการเพิ่มอัตรากำไรที่โดดเด่นกว่าคู่แข่ง สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2026 คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวทั้ง y-y และ q-q จาก SSS ที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นและการรับรู้รายได้จากสาขาใหม่เต็มไตรมาส ประกอบกับกลยุทธ์การตลาดที่เข้มข้น ทั้งนี้ KSS ประเมินว่ากำไรปี 2026 มีโอกาสเกิด upside เพิ่มอีก 3-4% จาก GPM ที่ทำได้ดีกว่าสมมติฐาน ข้อสังเกตด้านการเงินและสถานะบริษัท ในด้านสถานะทางการเงิน GLOBAL ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยมีอัตราหนี้สินที่มีดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (Net debt/Equity) อยู่ที่ 0.25 เท่า ซึ่งทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้าและลดลงจากสิ้นปี 2025 นอกจากนี้ บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีภาระจากการขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังได้รับผลบวกจากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงถึง 45% y-y จากการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามปัจจัยเรื่องกำลังซื้อในประเทศที่ยังคงอ่อนแอซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขายโดยรวม สรุปภาพรวมปี 2026-2027 กำไรปกติ 9 เดือนแรกของปี 2026 อยู่ที่ 2.30 พันล้านบาท คิดเป็น 82% ของประมาณการทั้งปี สะท้อนถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง แม้ในปี 2027 คาดว่ากำไรจะปรับตัวลดลง 12% y-y เนื่องจากหมดอานิสงส์จากสต็อกสินค้าต้นทุนต่ำในปี 2026 แต่ฐานกำไรโดยรวมยังถือว่าสูงกว่าปี 2025 ถึง 23% ประกอบกับราคาหุ้นปัจจุบันยังซื้อขายที่ Forward PER ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีเกือบ 1.0SD จึงถือเป็นจังหวะที่ดีในการสะสมหุ้นเพื่อการลงทุนระยะยาว