Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BJC บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)

BJC แนวโน้มสดใสรับกำไรโตต่อเนื่อง โบรกฯ อัปเกรดคำแนะนำเป็น OUTPERFORM

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) ปรับเพิ่มคำแนะนำสำหรับหุ้น BJC จาก NEUTRAL เป็น OUTPERFORM พร้อมปรับราคาเป้าหมายใหม่กลางปี 2027 ขึ้นเป็น 23 บาท (จากเดิม 17 บาท) โดยใช้วิธี DCF (WACC 7%, LTG 1.5%) สะท้อนการปรับประมาณการกำไรปกติปี 2026F และ 2027F เพิ่มขึ้น 9% และ 13% ตามลำดับ จากแนวโน้มยอดขายที่ดีขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ วิเคราะห์ผลประกอบการและทิศทางธุรกิจ คาดการณ์กำไรปกติ 3Q26F อยู่ที่ 830 ล้านบาท (+32% YoY, -32% QoQ) โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้ในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม PSC ที่คาดว่าจะโต 30% YoY จากอุปสงค์บรรจุภัณฑ์แก้วและกระป๋องที่เพิ่มขึ้น ส่วนแนวโน้ม 4Q26F คาดว่าจะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ จาก SSS ที่เป็นบวกและการประหยัดค่าใช้จ่าย SG&A ได้ราว 500-600 ล้านบาทต่อปี หลังจากการปรับโครงสร้างสำนักงานใหญ่แล้วเสร็จ นอกจากนี้ บริษัทยังมีโอกาสประหยัดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก 600-700 ล้านบาทต่อปีจากการปรับโครงสร้างสาขา ซึ่งยังไม่รวมอยู่ในประมาณการปัจจุบัน ข้อสังเกตและปัจจัยสนับสนุน บริษัทมีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด โดยมีการปิดสาขาขนาดใหญ่ที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเป้าหมาย 12 สาขาในปี 2026 (ปิดไปแล้ว 8 สาขา) ซึ่งจะช่วยลดผลขาดทุน EBITDA ได้ราว 200 ล้านบาทต่อปี แม้จะมีค่าใช้จ่ายครั้งเดียวจากการปรับโครงสร้างพนักงานใน 4Q26 ประมาณ 100-200 ล้านบาท แต่จะเป็นผลดีต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามคือ กำลังซื้อที่เปราะบางจากภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความเสี่ยงด้าน ESG ในการบริหารจัดการพลังงานและของเสีย บทสรุปการลงทุน ภาพรวมธุรกิจของ BJC มีทิศทางฟื้นตัวชัดเจนจากการปรับโครงสร้างภายในและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การปรับประมาณการกำไรขึ้นสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของรายได้และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการเติบโตของยอดขายในกลุ่มบรรจุภัณฑ์และธุรกิจค้าปลีก ทั้งนี้ นักลงทุนควรจับตาการฟื้นตัวของ SSS และความคืบหน้าในการลดภาระหนี้สิน ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อราคาหุ้นในอนาคต